
การเดินทางไปจีนเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์อันยาวนานและความทันสมัยของเมืองใหญ่ แต่ก่อนออกเดินทาง การเตรียมตัวให้พร้อมถือว่าสำคัญมาก เพราะจีนมี “กฎ” และ “ข้อจำกัด” ที่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ไม่น้อย บทความนี้จึงรวบรวม 10 สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเที่ยวจีน เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นที่สุด 🚄✨
1. 📵 แอปตะวันตกใช้ไม่ได้
ใครที่คุ้นชินกับการใช้ LINE, Facebook หรือ Google ในชีวิตประจำวัน ต้องรู้ไว้ว่าเมื่อไปถึงจีน แอปเหล่านี้จะไม่สามารถใช้งานได้เพราะระบบ Great Firewall
👉 เตรียมดาวน์โหลด WeChat สำหรับติดต่อและจ่ายเงิน และ Baidu สำหรับค้นหาข้อมูลแทน

LINE → WeChat
Google → Baidu

2. 📱 อย่าลืมเตรียม “อินเทอร์เน็ตจีน” ก่อนเดินทาง

การมีอินเทอร์เน็ตตั้งแต่วินาทีที่เครื่องลงจอดคือสิ่งสำคัญ ไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อซิมหน้างาน หรือหา WiFi ฟรี แนะนำให้ซื้อ อินเทอร์เน็ตจีน จากไทยหรือสั่งออนไลน์ไปก่อน เพื่อความสะดวกและสบายใจ
ซื้ออินเทอร์เน็ตที่ปลายทางได้ไหม?
คำตอบคือ ทำได้ แต่อาจมีข้อเสียหลายอย่าง ได้แก่
- ช่วงก่อนซื้อจะ เที่ยวไม่สะดวก (ติดต่อ/นำทางลำบาก)
- ต้องเสียเวลา หาหน้าร้านที่ขาย และขั้นตอนสมัครอาจซับซ้อน
- หากสื่อสารภาษาจีนไม่ได้ มีความเสี่ยง โดนโก่งราคา/เข้าใจเงื่อนไขผิด
ข้อแนะนำ: เพื่อความสบายใจและประหยัดเวลา ควรเลือกซื้ออินเทอร์เน็ตใช้งานในจีน ตั้งแต่อยู่ไทย เพราะจะได้ทั้งความคุ้มค่ากับความสะดวกในการใช้งานจริตลอดทริป
✨ขอแนะนำ SAMURAI WiFi & SIM อินเทอร์เน็ตเที่ยวจีนราคาถูก ด้วยประสบการณ์การให้บริการกว่า 14 ปี
สามารถติดต่อเช่า Pocket WiFi ได้ที่ SAMURAI WiFi
สามารถสั่งซื้อ ซิมอินเทอร์เน็ตใช้งานในจีน ได้ที่ SAMURAI SIM
หรือสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ ที่นี่
3. 📲 ติดตั้งแอปจีนที่จำเป็นก่อนเดินทาง

หลายแอปในจีนเป็นเครื่องมือที่คุณ “ต้องมี” ไม่งั้นชีวิตประจำวันอาจติดขัด เช่น WeChat, Alipay และแผนที่จีนอย่าง Gaode หรือ Baidu Maps 👉 โหลดไว้ตั้งแต่ยังอยู่ไทย เพราะไปถึงจีนแล้วอาจดาวน์โหลดลำบาก
แอปที่ควรมีในจีน: WeChat, Alipay, Dianping
WeChat (微信 / Weixin), Alipay (支付宝) และ Dianping (大众点评) เป็นแอปที่แทบจะ “จำเป็น” ต่อการใช้ชีวิตในจีน แนะนำให้ดาวน์โหลดและเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง

WeChat (微信 / Weixin)
แอปแชทที่พัฒนาโดยบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีน “Tencent” มักถูกเรียกว่า “LINE เวอร์ชันจีน” และเป็นแอปที่มีการใช้งานบ่อยที่สุดในประเทศจีน ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนช่องทางติดต่อกับคนจีน ชำระเงิน ไปจนถึงการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ขึ้นรถไฟใต้ดิน เป็นต้น เรียกได้ว่าจำเป็นต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก

Alipay (支付宝)
บริการชำระเงินด้วย QR Code จากเครือ Alibaba โดยพื้นฐานแล้ว หากคุณใช้ WeChat Pay ได้ ก็อาจไม่จำเป็นต้องมี Alipay แต่เพื่อความอุ่นใจ แนะนำให้ดาวน์โหลดและตั้งค่าไว้ให้พร้อม เพราะสามารถใช้เป็น “ตัวสำรอง” เมื่อ WeChat Pay ใช้ไม่ได้ และยังสะดวกสำหรับการจ่ายค่าโดยสารรถไฟใต้ดินด้วย

Dianping (大众点评)
แพลตฟอร์มรีวิวร้านค้าและร้านอาหารขนาดใหญ่ของจีน ถึงแม้จะอ่านภาษาจีนไม่ได้ ก็ยังใช้ดูร้านอร่อย คะแนนรีวิว และข้อมูลร้านใกล้ตัวได้ ถือว่าไม่ถึงกับ “จำเป็น” แต่ดาวน์โหลดติดเครื่องไว้จะช่วยให้ทริปสะดวกขึ้นมาก
4. 🗣️ ภาษาอังกฤษแทบใช้ไม่ได้
อย่าคาดหวังว่าจะใช้ภาษาอังกฤษได้ทุกที่ โดยเฉพาะนอกเมืองใหญ่ ๆ นักท่องเที่ยวควรเตรียมคำศัพท์ภาษาจีนง่าย ๆ ติดตัวไว้ เช่น การถามทาง หรือการสั่งอาหาร รวมถึงโหลดแอปแปลภาษาไว้ใช้ช่วยเหลือ
ผมก็เคยคิดว่าใช้ภาษาอังกฤษก็น่าจะพอ แต่ครั้งแรกที่ไปจีนก็เจอปัญหาเต็ม ๆ แม้ว่าในสตาร์บัคส์หรือแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งจะพอสื่อสารเป็นอังกฤษได้บ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้ว ควรตั้งใจไว้ก่อนว่าใช้ไม่ได้ จะปลอดภัยกว่า หลายที่ ไม่รับเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ หรือแสดงท่าทีไม่ค่อยเป็นมิตร จุดนี้ต่างจากไต้หวันอยู่พอสมควร
ต้องมีแอปแปลภาษาติดเครื่อง
ถ้าพูดภาษาจีนไม่ได้ แนะนำให้ ดาวน์โหลดแอปแปลภาษาไว้ล่วงหน้า แบบจำเป็นเลย
หมายเหตุ: Google Translate ใช้ไม่ได้ในจีน ดังนั้นควรใช้แอปแปลภาษาของฝั่งจีนแทน
แอปที่แนะนำ: Baidu Translate
ผู้เขียนแนะนำ Baidu Translate (百度翻译) ใช้ง่าย ครอบคลุมคำศัพท์ และเหมาะกับการใช้งานในจีน
เครือข่ายคนจีนช่วยได้มาก
ถ้ายังกังวล แนะนำให้ ติดต่อเพื่อนชาวจีนหรือคนรู้จัก ไว้ล่วงหน้า เผื่อเวลามีปัญหาจะได้โทรให้ช่วยแปลสด ๆ ได้ ผมเองตอนยังพูดจีนไม่ได้ ก็เคยโทรหาเพื่อนให้ช่วยหลายครั้งและช่วยได้มากจริง ๆ ครับ
5. 📝 ข้อมูลสำคัญต้องจดไว้
เวลาเดินทางต่างประเทศ “ข้อมูลเล็ก ๆ” เช่น ที่อยู่โรงแรมหรือหมายเลขเที่ยวบิน กลับกลายเป็นสิ่งสำคัญมากเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
👉 ควรจดรายละเอียดเหล่านี้ทั้งในมือถือและสำรองไว้ในกระดาษ
6. 💳 WeChat Pay ต้องเปิดใช้ล่วงหน้า

ในจีนการจ่ายเงินส่วนใหญ่เป็น E-Payment (QR) แนะนำให้ตั้งค่า WeChat Pay/Alipay ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
สำหรับคนไทย โดยสรุป:
- โดยทั่วไป สามารถผูกบัตรเครดิต/เดบิตไทย (Visa/Mastercard/JCB/Amex) กับ WeChat Pay หรือ Alipay ได้
- ขั้นตอนมักประกอบด้วย:
- ลงทะเบียนด้วยพาสปอร์ต (KYC) ในแอป
- เพิ่มบัตรไทย (เปิด 3-D Secure/แจ้งธนาคารก่อนเดินทาง)
- ทดลองจ่ายยอดเล็ก ๆ ให้แน่ใจว่าใช้งานได้
- ร้านส่วนใหญ่รับ สแกน QR สะดวกกว่าการรูดบัตรที่ตู้ POS
ข้อควรรู้: อาจมีเพดานวงเงินสำหรับผู้ใช้ต่างชาติ/ขั้นตอนยืนยันตัวตนเพิ่มเติมได้เป็นระยะ ควรเตรียมทั้ง WeChat Pay + Alipay ไว้สลับใช้ และพกเงินสดเล็กน้อยเป็นแผนสำรอง
7. 💊 เตรียมยาสามัญประจำตัว
ไม่ใช่แค่จีนเท่านั้น แต่เวลาไปต่างประเทศอะไรก็เกิดขึ้นได้ แนะนำให้พก ยาแก้หวัด ยาแก้ปวดหัว และยาแก้ท้องไส้ปั่นป่วน/กรดไหลย้อน ติดตัวไปด้วยเสมอ
หลายคนอาจคิดว่า “มีปัญหาค่อยซื้อที่จีนก็ได้” แต่ความเป็นจริงคือ อาจไม่มีร้านขายยาใกล้ ๆ และหากสั่งแบบเดลิเวอรี บางกรณีต้องใช้บัตรประชาชนจีน ถึงจะซื้อได้ ดังนั้น เตรียมยาไปล่วงหน้า จะอุ่นใจกว่าครับ
8. 🏨 เลือกโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้
โรงแรมในจีน “ไม่ใช่ทุกแห่ง” ที่ชาวต่างชาติพักได้
ชาวต่างชาติไม่ได้สามารถเข้าพักได้ทุกโรงแรมในจีน ผู้เขียนเองเคยถูกปฏิเสธที่หน้าเคาน์เตอร์ทั้ง ๆ ที่จองไว้แล้วหลายครั้ง บางครั้งถึงขั้นไปถึงหน้างานแล้วพบว่า โรงแรมไม่มีอยู่จริง ก็เคยเกิดขึ้น…
อาจรู้สึกว่า “เพราะเป็นชาวต่างชาติ/ชาวญี่ปุ่นเลยถูกปฏิเสธ ไม่ยุติธรรม” และอยากโต้แย้ง แต่ความจริงคือ ต่อให้พูดอย่างไรก็ยากจะเปลี่ยนผล สาเหตุไม่ได้มาจากการเหยียดเชื้อชาติ ทว่าเป็นเพราะ โรงแรมไม่มีใบอนุญาตสำหรับรับรองชาวต่างชาติ หากถูกตรวจพบว่าให้ชาวต่างชาติเข้าพักโดยไม่มีใบอนุญาต โรงแรมจะถูกลงโทษ ดังนั้นแม้โรงแรมอยากให้พัก ก็ทำไม่ได้
เมื่อใช้ชีวิตในจีนไปสักพัก หลายคนจะคุ้นเคยกับการจองผ่าน Ctrip (携程) เวอร์ชันจีน ซึ่งเป็นแอปสำหรับชาวจีนเป็นหลัก กรณีนี้ ต้องติ๊กตัวกรอง “接待外宾” (รองรับผู้เข้าพักชาวต่างชาติ) ก่อนค้นหาเสมอ
แม้ให้เพื่อนชาวจีนช่วยจอง หรือจองร่วมกับเพื่อนชาวจีน ก็ยังต้องระวัง เพราะ คนจีนจำนวนมากไม่ทราบเงื่อนไขนี้ มักจองโรงแรมทั่วไปให้ แล้วสุดท้ายกลายเป็นโรงแรมที่ ไม่รับชาวต่างชาติ ก็เกิดขึ้นบ่อย
ในทางกลับกัน Trip.com อยู่ในเครือเดียวกับ Ctrip (携程) แต่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับชาวต่างชาติ โดยทั่วไปจะไม่แสดงโรงแรมที่ไม่รับชาวต่างชาติ จึงลดความเสี่ยงได้มากกว่า
สรุป: ถ้าจะจองโรงแรมในจีน แนะนำให้ใช้ Trip.com จะสบายใจกว่า; หากใช้ Ctrip เวอร์ชันจีน ต้องไม่ลืมติ๊กตัวกรอง “接待外宾” ทุกครั้งก่อนกดจองครับ
แนะนำให้หลีกเลี่ยงโรงแรมราคาถูก

บริการหรือสินค้าที่ “ถูกมาก” ในจีน มักจะ “คุณภาพย่ำแย่” ตามไปด้วย ตัวอย่างชัด ๆ คือ โรงแรมราคา 150 หยวน (ต่ำกว่า ~3,000 เยน) ขอให้หลีกเลี่ยงไว้ก่อน
ในทางกลับกัน ถ้าเป็น โรงแรมตั้งแต่ 300 หยวนขึ้นไป ในจีนถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างดี จนบางแห่งให้บรรยากาศใกล้เคียงโรงแรมหรูเลยก็มี ต่างจากญี่ปุ่นที่แทบไม่มีตัวเลือก “กลาง ๆ คุ้มค่า” ทำให้เหมือนมีแค่สองทางคือ “แย่มาก” หรือ “ดีมาก” ถ้าราคาต่างกันแค่ไม่กี่พันเยน แนะนำให้ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อพักฝั่งที่ดีกว่า จะได้มีทริปที่น่าประทับใจแน่นอน
ผู้เขียนเคยพักห้องเดี่ยวราคา 130 หยวน ซึ่งสภาพ “แย่มาก” คือ เสียงดัง เหม็น สกปรก ผนังห้องบางมาก ราวตีห้ามีสัญญาณเตือนลึกลับดังขึ้น แล้วไม่มีใครมาปิด ปล่อยให้ดังอยู่ราว 30 นาที พอกลับมานอนต่อก็ถูกรบกวนด้วยเสียงพนักงานทำความสะอาดคุยกันเสียงดัง แถมมีเสียงแหลมตะโกนเป็นพัก ๆ จนไม่เข้าใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น
ผลคือ นอนไม่พอ ห้องก็ ไม่มีหน้าต่าง อากาศถ่ายเทไม่ดี ปวดหัวหนักจนต้องรีบออกไปซื้อยา
เพื่อไม่ให้ต้องเจออย่างที่ผู้เขียนเจอ แนะนำว่า ยอมจ่ายเพิ่มและเลือกโรงแรม 300 หยวนขึ้นไป จะปลอดภัยกว่า
อีกเรื่องที่อยากให้รู้ไว้เวลาเข้าพักโรงแรมในจีนคือ อย่าใช้กาต้มน้ำไฟฟ้าของโรงแรมเด็ดขาด ผู้เขียนได้รับคำเตือนจากเพื่อนชาวจีนว่า มีคนบางกลุ่ม นำกาต้มน้ำไปซักถุงเท้าหรือชุดชั้นใน ดังนั้นขอให้ตระหนักไว้ว่า ในจีนก็มีคนทำเรื่องที่เราคาดไม่ถึงได้เหมือนกันครับ
9. 🚫 หลีกเลี่ยงพูดเรื่องการเมือง
แม้จะเป็นเพียงการคุยเล่น แต่เรื่องการเมืองในจีนถือเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้แอปท้องถิ่นอย่าง WeChat
👉 หลีกเลี่ยงการแสดงความเห็นทางการเมือง เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
10. 💰 การเงินและประกันการเดินทาง
สุดท้ายคือเรื่องสำคัญอย่างการเงินและความปลอดภัย
- ควรพกบัตรเครดิตที่ใช้ได้ในจีน (Visa, Mastercard, UnionPay)
- หากบัตรมีประกันการเดินทางก็ใช้แทนการซื้อเพิ่มได้
- หากไม่แน่ใจ ควรซื้อประกันเดินทางเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ
ทริปจีนจะเป็นไปอย่างสนุกและราบรื่นถ้าเตรียมพร้อมครบทั้ง 10 ข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อินเทอร์เน็ต การสื่อสาร การเงิน ที่พัก หรือความปลอดภัย
👉 เช็กลิสต์นี้จะช่วยให้คุณเที่ยวจีนได้แบบ “มั่นใจ ไม่มีสะดุด” 🇨🇳✨