ในยุคที่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) กลายเป็นเรื่องปกติ การพกเงินสดจำนวนมากไปเที่ยวต่างประเทศอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะกำลังวางแผนไปช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น คาเฟ่ฮอปปิ้งที่เกาหลี หรือเที่ยวยุโรป สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ขาดไม่ได้คือ “Travel Card”
แต่คำถามคือ Travel Card ใบไหนที่ให้เรทแลกเงินถูกที่สุด? กดเงินสดต่างประเทศเสียค่าธรรมเนียมไหม? และต่างจากบัตรเครดิตอย่างไร? บทความนี้ BS Mobile ได้รวบรวมข้อมูล มาให้คุณตัดสินใจง่ายๆ ในที่เดียว เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด
บทความนี้เหมาะสำหรับ
・ผู้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยในการพกเงินสด
・นักท่องเที่ยวไทยที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ
・ผู้ที่ต้องการประหยัดค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX Rate)บทความนี้
Table of Contents

Travel Card คืออะไร? ทำไมถึงต้องมีติดตัวไว้
Travel Card คือ บัตรเดบิตประเภทหนึ่ง (Prepaid Card) ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้จ่ายในต่างประเทศโดยเฉพาะ ผู้ใช้งานสามารถ แลกเงินต่างประเทศ เก็บไว้ในบัตรผ่านแอปพลิเคชันได้ล่วงหน้า เมื่อค่าเงินลงก็ทยอยแลกเก็บไว้ได้ทันที ทำให้ได้เรทที่ถูกกว่าการไปแลกหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร และประหยัดกว่าการรูดบัตรเครดิตทั่วไป
บัตร Travel Card ที่ให้บริการในปัจจุบัน มีอะไรบ้างนะ ?
ปัจจุบัน มีธนาคารที่เปิดให้บริการ Travel Card อย่างเป็นทางการทั้งหมด 6 แห่ง
โดยแต่ละแห่งมีรายละเอียดต่างกัน ดังนี้
ทำไมถึงควรใช้ Travel Card?
เรทถูกกว่า: ไม่เสียค่าความเสี่ยงความผันผวนของสกุลเงิน 2.5% เหมือนบัตรเครดิต
ปลอดภัย: ไม่ผูกกับบัญชีเงินเดือนหลัก หากบัตรหายสามารถอายัดผ่านแอปได้ทันที
สะดวก: ใช้แตะจ่ายค่ารถไฟ ค่าของกิน หรือช้อปปิ้งได้ทั่วโลก (Visa/Mastercard)
คุมงบได้: ใช้เท่าที่เติม หมดกังวลเรื่องงบานปลาย
ตารางเปรียบเทียบ: Travel Card vs เงินสด vs บัตรเครดิต
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไม Travel Card ถึงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยว
มาดูตารางเปรียบเทียบกันครับ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Travel Card | เงินสด (Cash) | บัตรเครดิต (Credit Card) |
| ความสะดวก | สูงมาก (แตะจ่าย/กดเงินได้) | ปานกลาง (ต้องพก/นับเงินทอน) | สูง (รูดจ่ายได้ทันที) |
| อัตราแลกเปลี่ยน | เรทถูก (แลกล่วงหน้าได้) | ตามเรทวันที่แลก | เรทธนาคาร + ค่าความเสี่ยง 2.5% |
| ค่าธรรมเนียม | ฟรี/ต่ำ (ขึ้นอยู่กับบัตร) | ไม่มี | มีค่า FX Rate 2.5% |
| ความปลอดภัย | สูง (ล็อกบัตรผ่านแอปได้) | ต่ำ (หายแล้วไม่ได้คืน) | สูง (แต่เสี่ยงโดน Skimming วงเงินสูง) |
| เหมาะกับ | การใช้จ่ายทั่วไป/ช้อปปิ้ง | ร้านเล็กๆ/Street Food | สินค้ามูลค่าสูง/มัดจำโรงแรม |
รีวิว Travel Card ยอดฮิต ใบไหนดี?
จากการสำรวจข้อมูลและการใช้งานจริง นี่คือ 5 บัตรที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมที่สุดในปีนี้:

Planet SCB ธนาคารไทยพาณิชย์
บัตร Travel Card จากธนาคารไทยพาณิชย์ที่แลกสกุลเงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปฯ SCB EASY สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรได้ทั่วโลกโดยไม่ชาร์จค่าความเสี่ยง 2.5% แถมยังฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ พร้อมประกันการเดินทางให้ 10 วัน สูงถึง 1,000,000 บาท แต่จะไม่สามารถกดเงินสดจากตู้ ATM ในประเทศไทยได้
สิทธิประโยชน์ของบัตร :
・รองรับ 13 สกุลเงิน
ได้แก่ USD, EUR, GBP, JPY, AUD, CHF, SGD, HKD, NZD, CAD, CNY, KRW และ TWD
・รูดใช้จ่ายที่ร้านค้าหรือช้อปออนไลน์ที่รับบัตร VISA ได้ทั่วโลก สูงสุดเทียบเท่า 500,000 บาท/วัน
・แลกเงินเรตพิเศษเทียบเท่าร้านแลกเงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปฯ SCB EASY
・ไม่มีค่าความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศ 2.5% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร
・การเบิกถอนเงินที่ตู้ ATM ในต่างประเทศ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท/วัน (รวมทุกสกุลเงินในบัตร) มีค่าธรรมเนียม 100 บาท/ครั้ง และอาจมีค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการปลายทางเรียกเก็บเพิ่มเติม
・ประกันการเดินทาง 10 วัน ให้วงเงินค่ารักษาพยาบาล 1,000,000 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินยามเดินทาง 24 ชั่วโมง
อายุผู้สมัคร : 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมออกบัตร : 200 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรีตลอดชีพ
อายุการใช้งานของบัตร : 3 ปี
ช่องทางสมัคร : สมัครใช้บริการที่สาขาธนาคารไทยพาณิชย์ หรือผ่านแอปฯ SCB EASY

Krungthai Travel Card ธนาคารกรุงไทย
บัตร Travel Card จากธนาคารกรุงไทย ที่พกบัตรเดียวก็ใช้จ่ายได้ทั่วโลก สามารถแลกเงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปฯ พร้อมประกันเดินทาง
สิทธิประโยชน์ของบัตร :
・รองรับการแลกเปลี่ยน 19 สกุลเงิน ได้แก่ AUD, CAD, CHF, DKK, EUR, GBP, HKD, INR, JPY, KRW, MYR , NOK, NZD, RUB, SEK, SGD, TWD, USD และ THB
・ใช้ถอนเงินสดที่เครื่อง ATM ทั่วโลกด้วยสกุลเงินที่รองรับ เบิกถอนเงินสดได้สูงสุด 100,000 บาท/วัน โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม
・ใช้ชําระเงินค่าสินค้าหรือบริการ ได้สูงสุด 750,000 บาท/วัน
・ใช้ซื้อสินค้า/บริการ ณ ร้านค้ารับบัตร VISA ทั่วโลกด้วยสกุลเงินที่รองรับ และรองรับการชำระแบบแตะเพื่อจ่ายหรือไร้สัมผัส (Contactless)
・สามารถใช้ซื้อสินค้าออนไลน์บนเว็บไซต์และชำระด้วยสกุลเงินที่รองรับ
・ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% เมื่อใช้จ่ายด้วยบัตร
・แลกเงินล่วงหน้าและจัดการบัตรได้ตลอด 24 ชม. ผ่านแอปฯ Krungthai NEXT
・สามารถถอนเงินหรือโอนเงินที่ตู้ ATM หรือ ADM ในประเทศไทยได้
・มีประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ กรณีประสบอุบัติเหตุจากยานพาหนะสาธารณะ ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท ในกรณีใช้ชำระค่าบัตรโดยสารยานพาหนะสาธารณะ
อายุผู้สมัคร : 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมออกบัตร : 150 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : 450 บาท
อายุการใช้งานของบัตร : 5 ปี
ช่องทางสมัคร : สมัครได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย และในแอปฯ Krungthai NEXT

TTB All Free ธนาคารทหารไทยธนชาต
นอกจากจะเป็นบัตรเดบิตที่ใช้เบิกถอนเงินสดแบบฟรีค่าธรรมเนียมได้ทุกธนาคารทั่วประเทศแล้ว ใบนี้ยังมีสิทธิประโยชน์เรื่อง Travel Card ร่วมด้วย โดยจะตัดเงินจากบัญชีที่ผูกไว้กับบัตร มีทั้งแบบบัตรแข็งที่สามารถรูดใช้จ่ายได้ทั่วโลก และบัตรเดบิตแบบดิจิทัลที่ใช้จ่ายออนไลน์สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียมออกบัตรและรายปี
สิทธิประโยชน์ของบัตรเมื่อใช้ในประเทศ :
・กดเงินสด โอนเงิน จ่ายบิล เติมเงินที่ตู้ ATM ทุกธนาคารทั่วประเทศ และผ่านแอป ttb touch ได้ฟรีค่าธรรมเนียม
・สามารถถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรที่ตู้ ATM ได้ผ่านแอป ttb touch
・รับคะแนนสะสม ttb wow เมื่อมีการใช้จ่าย และสามารถใช้แลกของรางวัลได้
・มีประกันอุบัติเหตุที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 3,000 บาท/ครั้ง และคุ้มครองชีวิตสูงสุด 20 เท่าของเงินฝาก หรือไม่เกิน 3 ล้านบาท (เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด)
สิทธิประโยชน์ของบัตรเมื่อใช้ในต่างประเทศ :
・รูดใช้จ่ายที่ต่างประเทศ หรือช้อปออนไลน์ได้ทุกสกุลเงินต่างประเทศทั่วโลก ผ่านร้านที่มีสัญลักษณ์ VISA สูงสุด 2,000,000 บาท/วัน (สำหรับบัตรที่มีชื่อ) และสูงสุด 500,000 บาท/วัน (สำหรับบัตรที่ไม่มีชื่อ)
・ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศ 2.5%
・กดเงินสดผ่าน ATM ได้ทุกประเทศทั่วโลก วงเงินสูงสุด 200,000 บาท/วัน ค่าธรรมเนียม 75 บาท/ครั้ง โดยอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับ ATM ของแต่ละประเทศ
・มีประกันการเดินทางต่างประเทศสูงสุด 10 วัน คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 1 ล้านบาท
อายุผู้สมัคร : 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมออกบัตร : 200 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : 250 บาท (เก็บเมื่อใช้ครบ 1 ปี)
อายุการใช้งานของบัตร : 5 ปี
ช่องทางสมัคร : เปิดบัญชีได้ที่ทหารไทยธนชาตทุกสาขา หรือเปิดบัญชีด้วยตนเองผ่านแอป ttb touch (สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากกับทีทีบีอยู่แล้ว)

Citibank Global Wallet ธนาคารซิตี้แบงก์
ในส่วนของธนาคารซิตี้แบงก์จะไม่ได้มาในรูปแบบบัตร Travel Card โดยตรง แต่จะใช้บัตรซิตี้แบงก์ เดบิต มาสเตอร์การ์ด เบิกถอนเงินสด แลกสกุลเงินต่างประเทศ และซื้อสินค้าจากต่างประเทศได้ผ่านฟังก์ชั่น Citibank Global Wallet ในแอปพลิเคชัน Citi Mobile App โดยไม่ต้องเสียค่าแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมในการแปลงสกุลเงิน
สิทธิประโยชน์ของบัตร :
・รองรับ 9 สกุลเงิน ได้แก่ USD, EUR, AUD, GBP, CHF, JPY, HKD, SGD และ THB
・สามารถใช้จ่ายและซื้อสินค้าหรือบริการที่ร้านค้าที่รับบัตรซิตี้แบงก์ เดบิต มาสเตอร์การ์ด ได้สูงสุด 300,000 บาท/วัน ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตรเดบิต
・ไม่มีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ในการซื้อของออนไลน์ เมื่อใช้จ่ายจากบัญชีสกุลเงินต่างประเทศ
・ถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้ทุกธนาคารในประเทศไทย และตู้ ATM ของซิตี้แบงก์ทั่วโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สูงสุด 200,000 บาท/วัน หรือเทียบเท่าตามสกุลเงิน
อายุผู้สมัคร : 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมออกบัตร : ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมรายปี : 300 บาท
อายุการใช้งานของบัตร : 5 ปี
ช่องทางสมัคร : เปิดบัญชีออมทรัพย์สกุลเงินไทยบาทและสกุลเงินต่างประเทศของธนาคารซิตี้แบงก์ เพื่อเปิดใช้งาน Citibank Global Wallet

Journey Card, ธนาคารกสิกรไทย
บัตรเดบิตประเภท Visa Debit Platinum ที่ผูกกับบัญชีเงินฝาก สามารถใช้ถอนเงินสด ใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ หรือซื้อสินค้าออนไลน์จากร้านที่มีสัญลักษณ์ VISA ได้ทั่วโลก โดยจะตัดเงินจากบัญชีเงินฝากของเรา ไม่ต้องแลกเงินเก็บไว้ก่อนล่วงหน้าเหมือนบัตร Travel Card ใบอื่น ๆ
สิทธิประโยชน์ของบัตร :
・รองรับ 28 สกุลเงิน อาทิ USD, EUR, GBP, JPY, CNY, HKD, KRW, SGD, AUD, TWD ฯลฯ
・รูดซื้อสินค้าสูงสุด 500,000 บาท/วัน ทุกร้านที่มีสัญลักษณ์ VISA ทั่วโลก
・ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% เมื่อใช้จ่ายที่เครื่องชำระเงิน (EDC) ต่างประเทศ ด้วยสกุลเงินต่างประเทศท้องถิ่น แต่ในกรณีซื้อสินค้าออนไลน์หรือถอนเงินสดจากเครื่อง ATM ต่างประเทศ จะยังคงเรียกเก็บค่าความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5%
・ถอนเงินสดจากตู้ ATM ได้ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย สูงสุด 200,000 บาท/วัน กรณีกดเงินในต่างประเทศ มีค่าธรรมเนียม 100 บาท/ครั้ง และอาจมีค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการปลายทางเรียกเก็บเพิ่มเติม
・โอนเงินได้ทุกธนาคาร วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท/วัน
・ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านตู้เอทีเอ็ม
・เติมเงินมือถือได้ทุกระบบ ไม่จำกัดยอด ไม่มีค่าธรรมเนียม
・มีประกันการเดินทางต่างประเทศให้นาน 10 วัน คุ้มครองสูงสุด 1.5 ล้านบาท
・บริการห้องรับรอง Miracle Lounge ก่อนบิน ที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง
・รับสิทธิ์ Reward Plus จากธนาคารกสิกรไทย ใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อสินค้า/บริการจากร้านที่ร่วมรายการ
อายุผู้สมัคร : 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมออกบัตร : 700 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรีปีแรก ปีถัดไป 550 บาท
อายุการใช้งานของบัตร : 5 ปี
ช่องทางสมัคร : สมัครที่สาขาธนาคารกสิกรไทย และแอปฯ K PLUS

บัตร YouTrip ธนาคารกสิกรไทย
อีกหนึ่งบัตร Travel Card จากธนาคารกสิกรไทย ในรูปแบบบัตรเติมเงิน และเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่รองรับสกุลเงินต่างประเทศถึง 150 สกุลเงิน สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินเก็บไว้ล่วงหน้าได้เมื่อเจอเรตดี ๆ ผ่านแอปฯ YouTrip ต่างจากบัตร Journey ที่เป็นบัตรเดบิตแบบผูกกับบัญชีเงินฝากและไม่สามารถแลกสกุลเงินเก็บไว้ก่อนได้
สิทธิประโยชน์ของบัตร :
・รองรับการใช้จ่ายถึง 150 สกุลเงิน และสามารถแลกเงินล่วงหน้าได้ 10 สกุลเงิน
ได้แก่ USD, CAD, SGD, JPY, HKD, EUR, AUD, GBP, CHF และ THB
・วงเงินใช้จ่ายรวมทุกสกุลเงินในบัตรไม่เกิน 500,000 บาท/วัน
・รูดใช้จ่ายที่เครื่อง EDC ณ ร้านค้ารับบัตร Mastercard ทั่วโลก ไม่เกิน 500,000 บาท/วัน
・ใช้จ่ายออนไลน์ได้ไม่เกิน 500,000 บาท/วัน
・ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ในการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ
・ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ต่างประเทศ ไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน (ฟรีค่าธรรมเนียมกด ATM ต่างประเทศ 100 บาท/ครั้ง ไม่สามารถถอนเงินสดที่ตู้ ATM ในประเทศไทยได้
・รับเงินคืน 10% ทุกการใช้จ่าย เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายผ่าน YouTrip 6,000 บาท ขึ้นไป (สำหรับลูกค้าใหม่)
・รับเงินคืน 3% ทุกการใช้จ่าย เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายผ่าน YouTrip 20,000 บาท ขึ้นไป (สำหรับลูกค้าปัจจุบัน)
อายุผู้สมัคร : 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมออกบัตร : 150 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : 200 บาท
อายุการใช้งานของบัตร : 3 ปี
ช่องทางสมัคร :
・กรณีมีแอปฯ K PLUS ของธนาคารกสิกรไทยแล้ว สามารถสมัครได้ที่แอปฯ YouTrip
・กรณียังไม่มีแอปฯ K PLUS ของธนาคารกสิกรไทย ต้องดาวน์โหลดและสมัครแอปฯ K PLUS ก่อน จึงสมัครบัตร YouTrip ผ่านแอปฯ YouTrip ได้

Krungsri Boarding Card, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
สำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์คือการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวหรือภารกิจด้านการงาน Travel Card คือสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ เพราะจะช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างสะดวกในทุกจุดหมายปลายทาง เนื่องจากบัตรประเภทนี้จะเป็นเสมือนตัวช่วยด้านการเงินในยามที่คุณต้องอยู่ในต่างแดน ไม่ว่าจะแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ รูดจ่ายค่าสินค้าหรือบริการ หรือแม้กระทั่งการกดเงินจากตู้ ATM ก็สามารถทำได้เช่นกัน
สิทธิประโยชน์ของบัตร :
・รองรับการใช้จ่าย และแลกเงินล่วงหน้าได้ 16 สกุลเงินหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็น JPY, KRW, HKD, SGD, USD, EUR, AUD, CAD, CHF, CNY, DKK, GBP, NOK, NZD, SEK, และ TWD และสกุลอื่นๆ
・วงเงินใช้จ่ายรวมทุกสกุลเงินในบัตรไม่เกิน 500,000 บาท/วัน
・รูดใช้จ่ายที่เครื่อง EDC ณ ร้านค้ารับบัตร VISA ทั่วโลก ไม่เกิน 500,000 บาท/วัน
・ไม่มีการชาร์จ 2.5% หากชำระค่าสินค้า/บริการ กับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ VISA
・ใช้จ่ายออนไลน์ได้ไม่เกิน 500,000 บาท/วัน
◇ ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ต่างประเทศ ไม่เกิน 100,000 บาท/เดือน
ทั้งนี้ ไม่สามารถถอนเงินสดที่ตู้ ATM ในประเทศไทยได้
・จัดโปรฯ ส่วนลดกับร้านค้าที่ประเทศญี่ปุ่นมากมาย https://www.krungsri.com/th/personal/card/krungsri-boarding-card
อายุผู้สมัคร : 12 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ค่าธรรมเนียมออกบัตร : 150 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรี
อายุการใช้งานของบัตร : 2 ปี
ช่องทางสมัคร :
・กรณีมีแอปฯ KMA ของธนาคารกรุงศรีอยุธยาแล้ว สามารถสมัครได้ที่แอปฯ KMA
・กรณียังไม่มีแอปฯ KMA ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ต้องดาวน์โหลดและสมัครแอปฯ KMA ก่อน จึงสมัครบัตรได้
ตารางเปรียบเทียบ


จากข้อมูลที่เราเสนอให้ทุกคนข้างต้น Travel Card จากทั้ง 6 ธนาคาร 7 ใบ ต่างมีข้อดีและจุดที่ควรรู้ที่แตกต่างกัน ยังไงทุกคนสามารถเลือกใช้งานได้ตามความสะดวกและความสนใจเลยน้า
Q&A รวมคำถามพบบ่อยเรื่อง Travel Card
หากคุณยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งาน Travel Card เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวถามกันเข้ามามากที่สุดไว้ที่นี่แล้วครับ
Q1: Travel Card กดเงินสดต่างประเทศ เสียค่าธรรมเนียมไหม?
A: การกดเงินสดผ่านตู้ ATM ต่างประเทศจะมีค่าธรรมเนียม 2 ส่วนครับ
ค่าธรรมเนียมจากธนาคารเจ้าของบัตร (ฝั่งไทย): ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 100 บาท/ครั้ง แต่บางบัตรเช่น TTB All Free หรือ YouTrip (ในช่วงโปรโมชั่น) อาจยกเว้นค่าธรรมเนียมส่วนนี้ให้
ค่าธรรมเนียมตู้ ATM (ฝั่งต่างประเทศ): ขึ้นอยู่กับตู้ของธนาคารปลายทาง เช่น ที่ญี่ปุ่นอาจเสียประมาณ 110 – 220 เยน ต่อครั้ง ดังนั้นแนะนำให้กดเงินก้อนใหญ่ทีเดียวจะคุ้มกว่าครับ
Q2: ถ้าเงินเหลือใน Travel Card แลกคืนเป็นเงินไทยได้ไหม?
A: ได้แน่นอนครับ หากจบทริปแล้วเงินต่างประเทศยังเหลืออยู่ในบัตร คุณสามารถกดแลกคืนเป็นเงินบาท (THB) ผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที โดยระบบจะคำนวณตามเรทรับซื้อ (Buying Rate) ณ เวลานั้นๆ เงินจะกลับเข้า E-Wallet หรือบัญชีของคุณพร้อมถอนมาใช้ต่อได้เลย
Q3: ไปเที่ยวญี่ปุ่น ใช้ Travel Card อย่างเดียวพอไหม ไม่พกเงินสดได้หรือเปล่า?
A: แม้ญี่ปุ่นจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น แต่ “ไม่แนะนำ” ให้พกแค่บัตรใบเดียวครับ เพราะร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆ (Izakaya), ตู้กดตั๋วรถไฟบางประเภท หรือศาลเจ้าบางแห่ง ยังรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น ควรเตรียมเงินสดติดตัวไว้ประมาณ 30-40% ของงบกินเที่ยวครับ
Q4: สมัคร Travel Card ต้องใช้อะไรบ้าง และรอนานไหม?
A: การสมัครในปัจจุบันทำได้ง่ายมากผ่าน Mobile Banking App ของธนาคารนั้นๆ (ไม่ต้องไปสาขา)
เอกสาร: ใช้เพียงบัตรประชาชนยืนยันตัวตนในแอป
ระยะเวลา: หลังจากสมัครเสร็จ บัตรแข็งจะส่งไปรษณีย์ถึงบ้านภายใน 3-7 วันทำการ ดังนั้นควรเผื่อเวลาก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 สัปดาห์นะครับ
Q5: ถ้าทำโทรศัพท์หาย หรือเน็ตหมด จะใช้บัตร Travel Card รูดจ่ายได้ไหม?
A: ตัวบัตรพลาสติกยังสามารถ “รูดจ่ายได้ปกติ” ครับ แม้ไม่มีมือถือหรือไม่มีเน็ต
แต่ข้อควรระวังคือ: คุณจะไม่สามารถ เติมเงินเพิ่ม หรือ แลกเปลี่ยนเงิน ในแอปได้หากวงเงินในบัตรไม่พอ ดังนั้นการมีอินเทอร์เน็ตที่เสถียร (เช่น Pocket WiFi หรือ SIM) ติดตัวไว้เสมอ จะช่วยให้อุ่นใจกว่ามากครับ
เตรียม Travel Card พร้อมแล้ว อย่าลืมเตรียมเน็ตให้พร้อมด้วย!
เพื่อให้คุณเติมเงิน แลกเรทดีๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีสะดุด
Pocket WiFi/SIM/eSIM ที่มีคุณภาพจาก BANGKOK SAMURAI พร้อมให้คุณท่องโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะแชร์ภาพสวย ๆ หรือใช้งานแผนที่ ก็มั่นใจได้ตลอดทริป!
SAMURAI WiFi – Pocket WiFi เช่าได้กว่า 150 ประเทศทั่วโลก!
ดูรายละเอียดแพ็กเกจและโปรโมชั่นพิเศษได้ ที่นี่
SAMURAI SIM / eSIM
เพียง “ใส่ซิม” หรือ “สแกน QR Code” ก็ใช้งานได้ทันทีทั่วโลก
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
การใช้ Travel Card คือวิธีที่สะดวกที่สุด ช่วยให้คุณประหยัดค่าแลกเงิน ปลอดภัย และสะดวกสบายกว่าการพกเงินสดก้อนโต เพียงแค่เลือกบัตรที่ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของคุณ และเตรียมตัวให้พร้อมด้วยอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม










