เปิดโรมมิ่ง แบตหมดไว? รวม 7 วิธีประหยัดแบตมือถือเที่ยวต่างประเทศ

แชร์

สารบัญ

เปิดโรมมิ่ง แบตหมดไว?

เคยไหม? กำลังเปิดดูแผนที่หาร้านอาหารเด็ด หรือกำลังจะยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแลนด์มาร์กสวยๆ แต่หน้าจอกลับแจ้งเตือนว่า “แบตเตอรี่ต่ำ” ทั้งที่เพิ่งชาร์จมาเมื่อเช้า ปัญหานี้คือฝันร้ายของนักเดินทาง เพราะมือถือไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสื่อสาร แต่คือกุเป๋าตังค์ แผนที่ และกล้องถ่ายรูปในเครื่องเดียว

บทความนี้จะพาคุณไปไขคำตอบว่าทำไมการใช้ “โรมมิ่ง” ถึงทำให้แบตหมดเร็วกว่าปกติ พร้อมเทคนิคการตั้งค่ามือถือให้แบตอึดขึ้น เพื่อให้คุณเที่ยวได้แบบจอยๆ ไม่ต้องคอยพะวงหาปลั๊กชาร์จไฟ

บทความนี้เหมาะสำหรับ

・นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ
・สาย Content Creator ที่ต้องใช้มือถือถ่ายรูป/วิดีโอตลอดวัน
・ผู้ใช้งาน eSIM หรือ Data Roaming ที่ต้องการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่

Table of Contents

ทำไมเปิดโรมมิ่ง แบตหมดเร็วกว่าอยู่ไทย?

หลายคนสงสัยว่าทำไมอยู่ไทยแบตอยู่ได้ทั้งวัน แต่พอไปต่างประเทศครึ่งวันก็เกือบหมด สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากมือถือเสีย แต่เกิดจากการทำงานของระบบ “โรมมิ่ง” (Roaming) และปัจจัยแวดล้อมดังนี้:

・การค้นหาสัญญาณมือถือ (Signal Searching):

เมื่อเราอยู่ในจุดที่สัญญาณอ่อน หรือมีการเคลื่อนที่บ่อยๆ (เช่น นั่งรถไฟข้ามเมือง) มือถือจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อ สแกนหาเสาสัญญาณที่ชัดที่สุดตลอดเวลา กระบวนการนี้กินพลังงานมหาศาล

・การใช้งาน 5G ตลอดเวลา:

แม้ 5G จะเร็วแรง แต่ก็ใช้พลังงานในการรับ-ส่งข้อมูลสูงกว่า 4G หากพื้นที่นั้นสัญญาณ 5G ไม่เสถียร
เครื่องจะสลับไปมาระหว่าง 4G/5G ทำให้แบตไหลเป็นน้ำ

・หน้าจอทำงานหนัก:

การเปิด Google Maps กลางแจ้งทำให้เราต้องเร่ง ความสว่างหน้าจอ
สู้แสงแดด ซึ่งหน้าจอคือส่วนที่กินไฟที่สุดของเครื่อง

・อุณหภูมิ:

หากคุณไปเที่ยวประเทศเมืองหนาว (ติดลบหรือเลขตัวเดียว)
ปฏิกิริยาเคมีในแบตเตอรี่จะทำงานช้าลง ทำให้ประจุไฟลดลงเร็วกว่าปกติ

7 วิธีประหยัดแบตมือถือเมื่อเที่ยวต่างประเทศ


เพื่อให้มือถือของคุณอยู่รอดจนจบทริป นี่คือ 7 การตั้งค่าที่คุณควรทำทันทีเมื่อเท้าแตะพื้นสนามบินปลายทาง:

1. ปรับการจับสัญญาณเป็น 4G (หากไม่ได้โหลดไฟล์หนัก)

หากคุณใช้เน็ตแค่ดูแผนที่ แชท หรืออัปโซเชียล การใช้ 4G ก็เพียงพอและประหยัดแบตกว่ามาก

・iOS: ไปที่ Settings > Cellular > Cellular Data Options > Voice & Data > เลือก 4G หรือ LTE
・Android: ไปที่ Settings > Connections > Mobile Networks > Network Mode > เลือก LTE/3G/2G

2. เลือกเครือข่ายด้วยตัวเอง (Manual Network Selection)

แทนที่จะให้มือถือสแกนหาเครือข่ายพันธมิตรเองตลอดเวลา (Automatic) ให้คุณเลือกจับสัญญาณเครือข่ายที่แนะนำในแพ็กเกจโรมมิ่งของคุณด้วยตัวเอง วิธีนี้จะช่วยหยุดการค้นหาสัญญาณที่สิ้นเปลืองพลังงาน

3. เปิด “โหมดประหยัดพลังงาน” (Low Power Mode)

ไม่ต้องรอให้แบตเหลือ 20% คุณสามารถเปิด Low Power Mode ได้ตั้งแต่เช้า ซึ่งจะช่วยลดการทำงานของชิปประมวลผลและปิดเอฟเฟกต์หน้าจอที่ไม่จำเป็น

・iOS: Settings > Battery > Low Power Mode
・Android: Settings > Battery > Power Saving

4. ปิดการดึงข้อมูลเบื้องหลัง (Background App Refresh)

แอปพลิเคชันมักจะแอบรีเฟรชข้อมูลตลอดเวลาแม้เราไม่ได้เปิดดู การปิดฟังก์ชันนี้ช่วยประหยัดแบตได้มหาศาลโดยไม่กระทบการใช้งานหลัก

・iOS: Settings > General > Background App Refresh > Off (หรือเลือกปิดเฉพาะแอปที่ไม่จำเป็น)

5. โหลดแผนที่ Google Maps แบบ Offline

การเปิด GPS นำทางแบบเรียลไทม์ตลอดเวลาต้องใช้การดาวน์โหลดข้อมูลมหาศาล แนะนำให้ดาวน์โหลดแผนที่เมืองที่จะไปเก็บไว้ล่วงหน้า (Offline Maps) จะช่วยลดการใช้เน็ตและการประมวลผล ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้มาก

6. ปิด Location Service ในแอปที่ไม่จำเป็น

หลายแอปแอบใช้ GPS ของเราอยู่ตลอดเวลา ตรวจสอบและตั้งค่าให้ใช้ Location เฉพาะตอนเปิดแอปเท่านั้น (While Using the App) หรือปิดไปเลยสำหรับแอปที่ไม่เกี่ยวกับการเดินทาง

7. ลดความสว่างหน้าจอและใช้ Dark Mode

ปรับลดความสว่างหน้าจอลงให้พอดีกับการมองเห็น หรือตั้งค่า Auto-Lock ให้หน้าจอดับเร็วขึ้น (เช่น 30 วินาที) และหากใช้มือถือจอ OLED การเปิด Dark Mode จะช่วยประหยัดไฟได้จริง

Checklist: เตรียมอุปกรณ์ชาร์จไฟให้พร้อมก่อนขึ้นเครื่อง

นอกจากวิธีประหยัดแบตแล้ว การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก็สำคัญไม่แพ้กัน
เพื่อความปลอดภัยและไม่โดนยึดของที่สนามบิน:

อุปกรณ์ คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว
Power Bank (แบตสำรอง) ความจุต้องไม่เกิน 32,000 mAh ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง (ต้องถือขึ้นเครื่องเท่านั้น) และควรมีมาตรฐานรับรองชัดเจน
สายชาร์จ ควรเตรียมไป 2 เส้น (เส้นหลักและสำรอง) แนะนำสายที่รองรับ Fast Charge เพื่อประหยัดเวลาชาร์จระหว่างวัน
Universal Adapter เช็คหัวปลั๊กของประเทศปลายทางเสมอ หรือพก Adapter แบบ Universal ตัวเดียวจบ
Cold Weather Gear หากไปที่หนาวจัด ให้แปะแผ่นให้ความร้อน (Kairo) หลังโทรศัพท์ หรือเก็บมือถือไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในเพื่อรักษาอุณหภูมิ

 

Q&A: คำถามยอดฮิตเรื่อง “เปิดโรมมิ่ง แบตหมดไว”

Q: ทำไมพอไปต่างประเทศแล้วเปิดโรมมิ่ง แบตหมดไวกว่าตอนอยู่ไทย?

A: เพราะมือถือต้องทำงานหนักขึ้นเป็น 2 เท่าในการรับส่งสัญญาณข้ามประเทศครับ
เมื่ออยู่ต่างที่ เครื่องต้องพยายามค้นหาเสาสัญญาณของเครือข่ายพันธมิตรที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งถ้าอยู่ในจุดที่สัญญาณอ่อนหรือมีการเคลื่อนที่บ่อยๆ มือถือจะยิ่งเร่งการทำงานเพื่อสแกนหาคลื่นที่ดีที่สุด ทำให้เกิดความร้อนและกินแบตเตอรี่มากกว่าปกติ 

Q: การแชร์ Hotspot ให้เพื่อนร่วมทริป ทำให้แบตหมดเร็วขึ้นจริงไหม?

 A: จริง และทำให้แบตหมดเร็วมากครับ
การเปิด Personal Hotspot จะเปลี่ยนมือถือของคุณให้ทำงานหนักเป็น 2 เท่า คือต้องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต (4G/5G) เข้ามา และต้องปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ออกไปให้เครื่องอื่นพร้อมกัน ทำให้เกิดความร้อนสูงและแบตลดฮวบ

💡 Tip: หากไปกันหลายคน แนะนำให้เช่า Pocket WiFi แชร์กัน 2-3 คน
จะคุ้มกว่าและช่วยประหยัดแบตเตอรี่ของทุกคนครับ

Q: ใส่ 2 ซิมพร้อมกัน (ซิมไทย + ซิมท่องเที่ยว) กินแบตมากกว่าเดิมไหม?

A: ใช่ครับ การเปิด Standby 2 ซิมกินพลังงานเพิ่มขึ้น เมื่อเปิดใช้งาน 2 ซิมพร้อมกัน มือถือต้องทำการค้นหาเสาสัญญาณจาก 2 เครือข่ายตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าซิมไทยไม่มีสัญญาณ (No Service) เครื่องจะยิ่งเร่งค้นหาคลื่น

💡 Tip: หากไม่จำเป็นต้องรอรับ SMS หรือ OTP จากเมืองไทย
แนะนำให้เข้าไปที่การตั้งค่าแล้วกด “ปิด (Turn Off)” ซิมหลักชั่วคราว ระหว่างวันครับ

Q: เปิด “โหมดเครื่องบิน” (Airplane Mode) ช่วยให้ชาร์จแบตเร็วขึ้นจริงหรือ?

 A: จริงครับ ช่วยให้ชาร์จเร็วขึ้นประมาณ 15-20% เมื่อเปิดโหมดเครื่องบิน มือถือจะตัดการเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายทั้งหมด (Cellular, Wi-Fi, Bluetooth, GPS) ทำให้ไม่มีการดึงไฟไปเลี้ยงระบบรับส่งสัญญาณ ไฟจึงเข้าแบตเตอรี่ได้เต็มที่

💡 Tip: เทคนิคนี้เหมาะมากสำหรับเวลาเร่งด่วน เช่น
มีเวลาชาร์จแค่ 15 นาทีก่อนขึ้นรถไฟ หรือรอขึ้นเครื่องที่สนามบิน

Q: ใช้ Wi-Fi โรงแรม กับใช้เน็ตจากซิมโรมมิ่ง แบบไหนประหยัดแบตกว่า

A: การใช้ Wi-Fi มักจะประหยัดแบตเตอรี่มากกว่าครับ ชิปรับสัญญาณ Wi-Fi ใช้พลังงานน้อยกว่าชิปโมเด็ม Cellular (โดยเฉพาะในจุดที่สัญญาณมือถือแกว่งหรือไม่เสถียร)

💡 Tip: เมื่อกลับถึงที่พัก แนะนำให้สลับมาจับ Wi-Fi เพื่อประหยัดทั้งแบตเตอรี่
และประหยัด Data Roaming ในแพ็กเกจของคุณครับ

Q: Power Bank ความจุเท่าไหร่ ถึงเอาขึ้นเครื่องบินได้?

 A: ตามกฎการบินสากล (IATA) อนุญาตดังนี้ครับ:

ความจุ ไม่เกิน 20,000 mAh: นำขึ้นเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวน (แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผล)
ความจุ 20,000 – 32,000 mAh: นำขึ้นได้ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน
ความจุ เกิน 32,000 mAh: ห้าม นำขึ้นเครื่องทุกกรณี  

ข้อควรระวัง: ห้ามโหลด Power Bank ใส่กระเป๋าเดินทางใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด
ต้องถือติดตัวขึ้นเครื่อง (Carry-on) เท่านั้น


อยากเที่ยวแบบแบตอึด สัญญาณไม่อืด?

ลองเลือกใช้ Pocket WiFi จาก SAMURAI WiFi เราเตอร์พกพาที่จับสัญญาณเครือข่ายท้องถิ่นที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระการค้นหาสัญญาณของมือถือ ให้คุณประหยัดแบตเตอรี่และมีเน็ตแรงๆ ไว้ใช้งานตลอดทริป

SAMURAI WiFi – Pocket WiFi เช่าได้กว่า 150 ประเทศทั่วโลก!
ดูรายละเอียดแพ็กเกจและโปรโมชั่นพิเศษได้ ที่นี่

SAMURAI SIM / eSIM
เพียง “ใส่ซิม” หรือ “สแกน QR Code” ก็ใช้งานได้ทันทีทั่วโลก 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่


เที่ยวสนุก แบตไม่หมด ต้องเตรียมตัวอย่างไร

เปิดโรมมิ่ง แบตหมดไว? การที่แบตเตอรี่หมดไวขณะเที่ยวต่างประเทศ มักเกิดจากการที่มือถือพยายามค้นหา สัญญาณมือถือ และการใช้งาน Data ที่หนักหน่วงผ่าน โรมมิ่ง การปรับพฤติกรรมง่ายๆ เช่น การปิดแอปเบื้องหลัง การลดความสว่างหน้าจอ และการเลือกใช้ 4G ในเวลาที่ไม่เร่งรีบ จะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของคุณได้ยาวนานขึ้น

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพ เพราะหากสัญญาณเสถียร มือถือก็ไม่ต้องทำงานหนักเพื่อค้นหาคลื่น

 

บทความโดย

Picture of SAMURAI WiFi Pocket WiFi team

SAMURAI WiFi Pocket WiFi team

Pocket WiFi เช่าที่ไทย ใช้ได้ทั่วโลก ให้บริการถึง150+ ประเทศ

ค้นหาบทความ

โปรโมชั่น

ช่องทางการติดต่อให้บริการ

เราพร้อมให้บริการด้วยความรวดเร็วและเป็นกันเอง

เวลาทำการ

เปิดทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง