จากประสบการณ์ตรงของผมที่เดินทางต่างประเทศบ่อย สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดไม่ใช่เรื่องหลงทาง
แต่เป็นเรื่อง “ติดต่อใครไม่ได้” ครับ
เคยไหมครับ? ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วลงไปกินข้าวชั้นใต้ดิน หรือไปเดินป่าที่สวิสฯ แล้วเจอปัญหา ไม่มีสัญญาณมือถือ จะโทรหาเพื่อนที่เดินแยกกันก็ไม่ได้ หรือจู่ๆ มีสายด่วนจากที่ทำงานโทรเข้ามา จะกดรับก็กลัวค่า โรมมิ่ง (Roaming) บานปลายจนไม่กล้ารับสาย
บทความนี้ผมจะมาแชร์ฟีเจอร์ที่ช่วยชีวิตผมไว้หลายทริป นั่นคือ WiFi Calling หรือ VoWiFi ครับ
บทความนี้เหมาะสำหรับ
・สายเที่ยวต่างประเทศ แต่ต้องโทรศัพท์ติดต่อคนที่บ้าน
・คนทำงาน ที่ต้องแสตนด์บายรับสายลูกค้าหรือหัวหน้าตลอดเวลา
Table of Contents
WiFi Calling คืออะไร?
ทำไมผมถึงขาดฟีเจอร์นี้ไม่ได้?
จากที่ใช้งานจริงมาหลายปี นี่คือเหตุผลที่ผมต้องเช็คทุกครั้งว่าเปิดใช้งานหรือยัง: รับ OTP ธนาคารได้: อันนี้สำคัญสุด! เวลาจะช้อปปิ้งออนไลน์หรือโอนเงินตอนอยู่ตปท. เราต้องใช้ OTP ใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีสัญญาณมือถือคือจบข่าว แต่ถ้ามี WiFi Calling SMS OTP เด้งเข้าปกติเลยครับ ชีวิตดีมาก รอดตายในจุดอับสัญญาณ: เคยไปพักโรงแรมเก่าๆ ที่กำแพงหนามาก หรือร้านอาหารชั้นใต้ดินที่ ไม่มีสัญญาณมือถือ ไหมครับ? พอเกาะ WiFi ร้านปุ๊บ ผมโทรคุยงานต่อได้เลย เสียงใสคมชัดแบบ HD Voice ด้วย ประหยัดค่าโรมมิ่งมหาศาล: เดี๋ยวผมจะเล่าในหัวข้อถัดไปว่ามันช่วยเซฟเงินหลักพันหลักหมื่นได้ยังไงเรื่องเงินเรื่องใหญ่: WiFi Calling เสียเงินไหม?
กรณีอยู่เมืองไทย
คิดตาม แพ็กเกจปัจจุบัน ของเราเลยครับ ถ้าคุณมีโปร “โทรฟรีทุกเครือข่าย 200 นาที” การโทรผ่าน WiFi ก็จะไป หักนาทีโทร ในโควตานั้นครับ ไม่เสียตังค์เพิ่มกรณีอยู่ต่างประเทศ (ไฮไลท์สำคัญ!)
รับสายจากไทย: ฟรีครับ! (ปกติรับสายโรมมิ่ง นาทีละ 20-30 บาท เจออันนี้เข้าไป ฟินเลย) โทรกลับไทย: คิดเหมือนเราอยู่ไทยครับ คือถ้ามีนาทีโทรฟรีเหลือ ก็ โทรฟรี ถ้าไม่มีก็จ่ายตามเรทโทรในประเทศปกติ ข้อควรระวัง: ห้าม ใช้ WiFi Calling โทรหาเบอร์ท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ (เช่น โทรจองร้านอาหารในญี่ปุ่น) เพราะระบบจะมองว่าเรา “โทรจากไทยไปญี่ปุ่น” กลายเป็นโดนคิดเรทโทรทางไกลระหว่างประเทศ (IDD) ทันที แพงหูฉี่ครับ!วิธีตั้งค่า (Settings) ก่อนบิน: iOS และ Android
แนะนำให้ทำตั้งแต่อยู่ไทยนะครับ เพื่อเช็คว่า ซิมการ์ด (SIM Card/eSIM) และแพ็กเกจของเรารองรับไหมทีม iPhone (iOS)
1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > โทรศัพท์ (Phone) 2. หาเมนู Wi-Fi Calling (การโทรผ่าน Wi-Fi) 3. กดเปิดให้เป็นสีเขียว ตรง “Wi-Fi Calling on This iPhone”ทีม Android
1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) 2. เข้าเมนู การเชื่อมต่อ (Connections) หรือ ซิมการ์ด 3. เลือกเบอร์หลักของเรา แล้วเปิดสวิตช์ตรงคำว่า VoWiFi หรือ WiFi Calling Tip: ถ้าหาไม่เจอ ลองกดอัปเดตระบบ หรือทำ Carrier Update ดูก่อนนะครับ หรือเช็คดูว่า สมาร์ทโฟนที่รองรับ รุ่นของเราเปิดใช้บริการนี้กับเครือข่ายหรือยังสูตรลับ: วิธีใช้ตอนอยู่ต่างประเทศไม่ให้ “บิลช็อค”
อันนี้เป็น ทริคส่วนตัว ที่ผมใช้ทุกครั้งเพื่อความชัวร์ 100% ว่าจะไม่โดนคิดเงินมั่วครับ: 1. เปิด Airplane Mode (โหมดเครื่องบิน) ทันที: พอเครื่องแตะพื้นรันเวย์ปุ๊บ ผมจะเปิดโหมดเครื่องบินค้างไว้เลย เพื่อตัดวงจร เครือข่ายมือถือ ไม่ให้มันแอบไปจับสัญญาณ Roaming 2. เปิด WiFi: ทั้งที่ยังเปิดโหมดเครื่องบินอยู่นั่นแหละครับ ให้กดเปิด WiFi แล้ว เชื่อมต่อ WiFi (ไม่ว่าจะของโรงแรม หรือ Pocket WiFi ที่พกไป) 3. เช็คหน้าจอ: รอสักพัก ให้สังเกตมุมบนหน้าจอ จะต้องมีคำว่า “VoWiFi”, “WiFi Calling” หรือรูปโทรศัพท์พร้อมสัญลักษณ์ WiFi ขึ้นมา 4. โทรได้เลย: ถ้าสัญลักษณ์ขึ้นแล้ว แปลว่าปลอดภัย โทรผ่านเน็ต กลับไทยได้เลยครับ เตือน: ถ้าสัญญาณ WiFi หลุดขณะโทร สายจะตัดไปเลย (ซึ่งดีแล้วครับ เพราะถ้ามันไม่ตัด มันอาจจะเด้งไปจับสัญญาณ Roaming ทำให้เสียเงิน)เปรียบเทียบชัดๆ: WiFi Calling vs Roaming vs Line
เพื่อให้เห็นภาพว่าทำไมผมถึงเชียร์ WiFi Calling ลองดูตารางเปรียบเทียบจากประสบการณ์ใช้งานจริงครับ| เรื่องที่ต้องรู้ | WiFi Calling (VoWiFi) | Roaming (โรมมิ่งปกติ) | โทรผ่าน Line/App |
| ความชัดของเสียง | ชัดมาก (HD) ดีเลย์น้อย | แล้วแต่บุญแต่กรรม (สัญญาณ) | มักจะดีเลย์/เสียงก้อง |
| โทรหาเบอร์บ้าน | ทำได้ (อันนี้เจ๋งสุด) | ได้ (แต่แพง) | ทำไม่ได้ |
| รับสายจากไทย | ฟรี | เสียเงิน (เจ็บหนัก) | ฟรี (แต่ต้องมีเน็ตทั้งคู่) |
| ความเสถียร | ขึ้นอยู่กับ WiFi ที่เกาะ | เสถียรกว่าในพื้นที่โล่ง | ไม่ค่อยเสถียร |
| เหมาะกับ | ติดต่อธุรกิจ/ธนาคาร/ครอบครัว | กรณีฉุกเฉินจริงๆ | คุยเล่นทั่วไป |
Q&A: ไขข้อข้องใจเรื่อง WiFi Calling ที่คนถามบ่อยที่สุด
Q1: ถ้าอยู่ต่างประเทศ แล้วเพื่อนโทรหาเราจากไทย เพื่อนจะเสียค่าโทรแพงไหม?
ตอบ: ไม่แพงครับ เพื่อนของคุณเสียค่าโทรตามแพ็กเกจปกติเหมือนโทรหาคุณตอนอยู่เมืองไทยเลยครับ ไม่เสียค่าโทรต่างประเทศ ส่วนตัวคุณเองที่เป็นฝ่ายรับสาย ถ้าต่อ WiFi Calling อยู่ ก็ รับสายฟรี ครับ วิน-วิน ทั้งคู่Q2: จำเป็นต้องโหลดแอปฯ เพิ่มไหม? ต้องแอดเพื่อนก่อนหรือเปล่า?
ตอบ: ไม่ต้องโหลดแอปฯ อะไรเพิ่มเลยครับ และไม่ต้องแอดเพื่อนด้วย เพราะฟีเจอร์นี้ฝังมากับ สมาร์ทโฟนที่รองรับ อยู่แล้ว (ทั้ง iOS และ Android) ใช้เบอร์โทรศัพท์เดิมของคุณโทรออกได้เลย ปลายสายจะเป็นเบอร์บ้าน เบอร์ออฟฟิศ หรือเบอร์ป้าข้างบ้านที่ไม่ได้เล่นเน็ต ก็รับสายเราได้ปกติครับQ3: รับ SMS OTP จากธนาคารได้ไหม?
ตอบ: ได้แน่นอนครับ นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ผมขาด WiFi Calling ไม่ได้ เวลาจะรูดบัตรเครดิตซื้อของ หรือโอนเงินผ่านแอปฯ ที่ต้องใช้ OTP ขอแค่เชื่อมต่อ WiFi และขึ้นสัญลักษณ์ VoWiFi ข้อความ SMS จะเด้งเข้าทันทีเหมือนอยู่ไทยครับQ4: ทำไมเปิด Airplane Mode (โหมดเครื่องบิน) แล้วยังโทรได้?
ตอบ: ปกติโหมดเครื่องบินจะตัดทุกสัญญาณรวมถึง สัญญาณโทรศัพท์ (Cellular) ครับ แต่เราสามารถ “กดเปิด WiFi” ซ้ำอีกทีหลังจากเปิดโหมดเครื่องบินได้ เพื่อให้เครื่องจับเฉพาะสัญญาณอินเทอร์เน็ต วิธีนี้เป็นเทคนิคที่ปลอดภัยที่สุดที่จะป้องกันไม่ให้เน็ตมือถือรั่วไหลเป็นค่า โรมมิ่ง ครับQ5: ถ้า WiFi ที่โรงแรมไม่แรง จะใช้งานได้ไหม?
ตอบ: ถ้าเน็ตไม่เสถียร อาจจะเจออาการเสียงขาดๆ หายๆ หรือสายหลุดได้ครับ เพื่อความชัวร์และคุณภาพเสียงระดับ HD Voice ผมแนะนำให้พก Pocket WiFi ส่วนตัว หรือเลือกซิมเน็ตที่มีความเร็วคงที่ จะช่วยให้คุยรู้เรื่องกว่าการไปลุ้น WiFi ฟรีตามที่สาธารณะครับQ6: ใช้ WiFi Calling โทรหาเบอร์โรงแรมหรือจองร้านอาหารในต่างประเทศได้ไหม?
ตอบ: “ไม่แนะนำ” ครับ เพราะระบบจะมองว่าเราโทรจากไทยไปยังประเทศนั้นๆ ซึ่งจะถูกคิดเงินเป็นเรท โทรต่างประเทศ (IDD) ที่แพงมากครับ ถ้าจะโทรจองร้านอาหารแนะนำให้ใช้ซิมท้องถิ่น หรือให้พนักงานโรงแรมช่วยโทรจะประหยัดกว่าครับสรุปสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเดินทาง
จากประสบการณ์ของผม WiFi Calling คือตัวช่วยที่ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราสบายใจขึ้นเยอะครับ ไม่ต้องกลัวขาดการติดต่อ และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพียงแค่: 1. ตั้งค่า (Settings) เปิดใช้งานตั้งแต่อยู่ไทย 2. พก Pocket WiFi หรือซื้อ Sim Net ที่แชร์ Hotspot ได้แรงๆ 3. ใช้สูตร Airplane Mode ที่ผมบอกไปคำแนะนำทิ้งท้าย:
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้ WiFi Calling ใช้งานได้ดี คือ “อินเทอร์เน็ตที่เสถียร” ครับ ถ้า WiFi ที่โรงแรมไม่ดี การโทรก็จะติดขัด Pocket WiFi ที่มีคุณภาพจาก BANGKOK SAMURAI พร้อมให้คุณท่องโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะ ใช้งาน WiFi Calling แชร์ภาพสวย ๆ หรือใช้งานแผนที่ ก็มั่นใจได้ตลอดทริป! SAMURAI WiFi – Pocket WiFi เช่าได้กว่า 150 ประเทศทั่วโลก! ดูรายละเอียดแพ็กเกจและโปรโมชั่นพิเศษได้ ที่นี่ SAMURAI SIM / eSIM เพียง “ใส่ซิม” หรือ “สแกน QR Code” ก็ใช้งานได้ทันทีทั่วโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่


