วีซ่าอเมริกามีกี่ประเภท วีซ่า B-1 B-2 ต่างกันอย่างไร

แชร์

พร้อมออกเดินทางแล้วหรือยัง ?

เตรียมเน็ตให้พร้อมสำหรับทุกทริป

สารบัญ

วีซ่าอเมริกามีกี่ประเภท

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของมหานครนิวยอร์ก การเดินเล่นริมชายหาดในแคลิฟอร์เนีย การขับรถเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ หรือแม้แต่การเดินทางไปเพื่อศึกษาต่อและติดต่อธุรกิจ แต่ก่อนที่เราจะสามารถจัดกระเป๋าและจองตั๋วเครื่องบินได้ สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือวีซ่าอเมริกา บทความนี้จะช่วยพาไปรู้จักว่าวีซ่าอเมริกามีกี่ประเภทและวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกามีอะไรบ้าง

สารบัญ

วีซ่าอเมริกาคืออะไร?

วีซ่า (Visa) คือเอกสารสำคัญที่แสดงถึงการอนุญาตเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับพลเมืองสัญชาติไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้าในทุกกรณี ไม่ว่าจะเดินทางไปด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ วีซ่าเป็นเพียงใบเบิกทางที่อนุญาตให้เราเดินทางไปถึงหน้าประตูด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจว่าเราจะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้หรือไม่ และสามารถพำนักอยู่ได้นานเท่าไร คือเจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ณ จุดล่วงล้ำแดน

วีซ่าอเมริกามีกี่ประเภทและแบ่งหมวดหมู่อย่างไรบ้าง?

วีซ่าอเมริกามีมีอะไรบ้าง

หากสงสัยว่าวีซ่าอเมริกามีกี่ประเภท คำตอบคือมีหลากหลายประเภทมาก โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่หลักตามลักษณะการพำนักอาศัย ได้แก่ วีซ่าชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) และวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) ซึ่งการเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์การเดินทางจะทำให้การยื่นคำร้องผ่านได้ง่าย

1. วีซ่าชั่วคราว (Non-Immigrant Visa)

วีซ่าชั่วคราวจะออกให้กับบุคคลที่มีถิ่นฐานอยู่นอกสหรัฐอเมริกา แต่มีความประสงค์ที่จะเดินทางเข้าไปพำนักในสหรัฐอเมริกาเพียงชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วจะต้องเดินทางกลับประเทศของตน วีซ่าในหมวดหมู่นี้ครอบคลุมตั้งแต่วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา วีซ่านักเรียน วีซ่าธุรกิจ ไปจนถึงวีซ่าทำงานระยะสั้น

2. วีซ่าถาวร (Immigrant Visa)

วีซ่าถาวรมีไว้สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าไปตั้งถิ่นฐาน พำนักอาศัย และทำงานในสหรัฐอเมริกาแบบถาวร (Green Card) ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางครอบครัว เช่น การแต่งงานกับพลเมืองอเมริกัน การย้ายถิ่นฐานตามคู่หมั้น การลงทุนขนาดใหญ่ หรือการถูกรางวัลลอตเตอรี่วีซ่า (Diversity Visa Lottery)

วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาต้องใช้ประเภทไหน? ทำความรู้จัก B-1 และ B-2

วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเดินทางไปพักผ่อน ท่องเที่ยว หรือเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา คือประเภทวีซ่าที่มีการยื่นขอมากที่สุด โดยในระบบของสถานทูตจะจัดอยู่ในกลุ่มวีซ่าชั่วคราวประเภท B ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น B-1 และ B-2

วีซ่าประเภท B-1 (Business Visa)

วีซ่า B-1 ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจระยะสั้น เช่น การเข้าร่วมประชุมเชิงวิชาการ การเจรจาต่อรองทางธุรกิจ การจัดการสินทรัพย์ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า หรือการติดต่อพบปะกับลูกค้าและคู่ค้าในสหรัฐอเมริกา โดยผู้ถือวีซ่าประเภทนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานเพื่อรับค่าจ้างจากแหล่งเงินทุนในสหรัฐอเมริกาโดยเด็ดขาด

วีซ่าประเภท B-2 (Tourist Visa)

วีซ่า B-2 คือ วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมเยียนครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูง รวมถึงผู้ที่ต้องการเดินทางไปเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและการกุศลต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน

ทำไมถึงมักจะได้เป็นวีซ่า B-1/B-2 ร่วมกัน?

ในทางปฏิบัติ เมื่อเราทำการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาหรือวีซ่าธุรกิจ สถานทูตสหรัฐอเมริกามักจะออกวีซ่าทั้งสองประเภทนี้รวมกันเป็นวีซ่าเดียวคือ B-1/B-2 ให้กับผู้สมัครเลย เพื่อความยืดหยุ่นในการเดินทาง เนื่องจากนักเดินทางหลายคนอาจมีวัตถุประสงค์ทับซ้อนกัน เช่น เดินทางไปประชุมธุรกิจในช่วงวันธรรมดา และอยู่ต่อเพื่อท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ การมีวีซ่า B-1/B-2 จึงตอบโจทย์และครอบคลุมกิจกรรมชั่วคราวเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน และส่วนใหญ่มักจะได้รับอายุวีซ่ายาวถึง 10 ปี

วีซ่าอเมริกามีอะไรบ้าง ในหมวดหมู่อื่น ๆ ที่ควรรู้

นอกจากวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาแล้ว หลายคนอาจยังคงตั้งคำถามว่าวีซ่าอเมริกามีอะไรบ้าง ที่คนไทยนิยมขอกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น เรามาเจาะลึกวีซ่าประเภทอื่น ๆ ที่มีความสำคัญและถูกใช้งานบ่อยครั้ง

วีซ่านักเรียนและนักศึกษา (F-1 และ M-1)

หากเราวางแผนที่จะไปศึกษาต่อ วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาจะไม่สามารถใช้เพื่อการลงทะเบียนเรียนแบบเต็มเวลาได้ เราจำเป็นต้องขอวีซ่านักเรียน

  • F-1 (Academic Student): สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับวิทยาลัย มหาวิทยาลัย โรงเรียนมัธยม หรือสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่มีชั่วโมงเรียนมากกว่า 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผู้สมัครต้องได้รับการตอบรับ (แบบฟอร์ม I-20) จากสถาบันที่ได้รับการรับรอง
  • M-1 (Vocational Student): สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาในสายวิชาชีพ หรือโปรแกรมการฝึกอบรมที่ไม่ใช่สายวิชาการโดยตรง เช่น โรงเรียนสอนทำอาหาร โรงเรียนการบิน หรือสถาบันออกแบบ

วีซ่าโครงการแลกเปลี่ยน (J-1)

วีซ่า J-1 ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ และวัฒนธรรม เป็นวีซ่าที่กลุ่มนักศึกษาและเยาวชนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดีผ่านโครงการ Work and Travel นอกจากนี้ยังรวมถึงโครงการออแพร์ (Au Pair) การฝึกงาน (Internship) และอาจารย์หรือนักวิจัยแลกเปลี่ยนด้วย

วีซ่าทำงานชั่วคราวและผู้เชี่ยวชาญ (H, L, O, P)

สำหรับผู้ที่ได้รับโอกาสในการทำงานในสหรัฐอเมริกา จะต้องขอวีซ่าทำงานให้ตรงกับทักษะ

  • H-1B: สำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และนายจ้างในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ยื่นเรื่องให้
  • L-1: สำหรับพนักงานในองค์กรข้ามชาติที่ถูกโอนย้ายจากสาขาในไทยไปทำงานในตำแหน่งผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาสหรัฐอเมริกา
  • O-1: สำหรับบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นเป็นพิเศษระดับชาติหรือนานาชาติ ทั้งในวงการวิทยาศาสตร์ ศิลปะ ธุรกิจ และกีฬา
  • P: สำหรับนักกีฬาและศิลปินผู้ให้ความบันเทิงที่ต้องเดินทางไปจัดการแสดงหรือแข่งขัน

วีซ่าคู่หมั้นและติดตามครอบครัว (K-1, CR1, IR1)

สำหรับผู้ที่สร้างครอบครัวที่สหรัฐอเมริกา จะเข้าสู่หมวดหมู่วีซ่าที่นำไปสู่การตั้งถิ่นฐาน

  • K-1: วีซ่าคู่หมั้น สำหรับผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปจดทะเบียนสมรสกับพลเมืองอเมริกันภายใน 90 วันหลังจากเดินทางถึง
  • CR1/IR1: วีซ่าติดตามคู่สมรส สำหรับผู้ที่จดทะเบียนสมรสกับพลเมืองอเมริกันเรียบร้อยแล้วและต้องการย้ายไปอยู่ด้วยกันถาวร

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

เอกสารสำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา

เอกสารพื้นฐานบังคับ

  1. หนังสือเดินทาง (Passport) เล่มจริงที่มีอายุการใช้งานคงเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับจากวันที่คาดว่าจะเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกา และหากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่เคยมีประวัติการเดินทาง ควรนำไปแสดงด้วยทั้งหมด
  2. ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 หลังจากกรอกข้อมูลออนไลน์เสร็จสิ้น ระบบจะสร้างหน้ายืนยัน (Confirmation Page) ที่มีบาร์โค้ด เราต้องพิมพ์หน้านี้ออกมาเพื่อใช้ในวันสัมภาษณ์
  3. ใบนัดหมายสัมภาษณ์ พิมพ์ออกมาจากระบบหลังจากทำการนัดหมายและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
  4. รูปถ่ายตามมาตรฐานสถานทูต รูปถ่ายสี ขนาด 2×2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ต้องเห็นใบหน้าชัดเจน ไม่สวมแว่นตา ไม่ใส่หมวก และเปิดให้เห็นใบหู

เอกสารแสดงความมั่นคงและภาระผูกพัน

  1. หนังสือรับรองการทำงาน ที่ระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันที่เริ่มงาน และระบุวันที่ได้รับอนุญาตให้ลางานอย่างชัดเจน
  2. เอกสารประกอบธุรกิจ (สำหรับเจ้าของกิจการ)
  3. หลักฐานทางการเงิน รายการเดินบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน
  4. หลักฐานความผูกพันอื่น ๆ โฉนดที่ดิน ทะเบียนสมรส สูติบัตรบุตร หรือเอกสารการผ่อนชำระสินทรัพย์ต่าง ๆ ในประเทศไทย

ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร?

สถานทูตไม่ได้มีกฎตายตัวว่าต้องมีเงินขั้นต่ำเท่าไรในการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา แต่ตัวเลขในบัญชีต้องสัมพันธ์และสมเหตุสมผลกับระยะเวลาที่เราวางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยว

ตัวอย่างการกะระยะงบประมาณคร่าว ๆ สำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา มีดังนี้

  • แผนการเดินทาง 7-10 วัน ควรมีเงินหมุนเวียนและเงินเก็บในบัญชีประมาณ 50,000 – 100,000 บาท
  • แผนการเดินทาง 2-3 สัปดาห์ ควรมีเงินในบัญชีประมาณ 100,000 – 200,000 บาท
  • แผนการเดินทาง 1 เดือนขึ้นไป ควรมีเงินในบัญชี 200,000 – 300,000 บาทขึ้นไป

ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามโอนเงินก้อนใหญ่เข้ามาในบัญชีเพียงครั้งเดียวก่อนไปขอวีซ่า เพราะสถานทูตจะมองว่าเป็นการตกแต่งบัญชี ค่อย ๆ ทยอยโอนเข้าทุก ๆ เดือน เพื่อให้สถานทูตเห็นการใช้จ่ายและรายรับที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากมีผู้อื่นเป็นสปอนเซอร์ออกค่าใช้จ่ายให้ จะต้องมีหนังสือรับรองการเป็นสปอนเซอร์พร้อมเอกสารการเงินของสปอนเซอร์แนบมาด้วย

ขั้นตอนการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกามีอะไรบ้าง

  • ขั้นตอนที่ 1: กรอกแบบฟอร์ม DS-160
  • ขั้นตอนที่ 2: สร้างโปรไฟล์และพิมพ์ใบชำระค่าธรรมเนียม สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (B-1/B-2) ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 185 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ขั้นตอนที่ 3: ชำระค่าธรรมเนียม
  • ขั้นตอนที่ 4: นัดหมายวันสัมภาษณ์
  • ขั้นตอนที่ 5: เข้าสัมภาษณ์และรอรับผล

สรุปบทความ

เมื่อมาถึงตรงนี้ เราคงได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าวีซ่าอเมริกามีกี่ประเภทและหากต้องการจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อการท่องเที่ยว การยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาประเภท B-1/B-2 คือคำตอบที่ถูกต้อง นอกจากเข้าใจประเภทของวีซ่าแล้ว การเตรียมตัวที่ดีการมีเอกสารทางการเงินและหน้าที่การงานที่มั่นคง การกรอกข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และความมั่นใจในการตอบคำถามสัมภาษณ์ เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการอนุมัติวีซ่า

เมื่อวีซ่าผ่านเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางจริง เริ่มตั้งแต่การจองตั๋วและเลือกที่นั่งบนเครื่องบินให้เหมาะกับการเดินทางเที่ยวบินระยะไกล การวางแผนเผื่อเวลาและหาที่จอดรถสุวรรณภูมิในวันออกเดินทาง ไปจนถึงเรื่องการสื่อสารอย่างการซื้อเน็ตไปต่างประเทศเตรียมไว้ล่วงหน้า แต่สำหรับใครที่เดินทางไปเที่ยวแต่ยังต้องติดต่องาน การเลือกPocket WiFi คือตัวช่วยให้มีสัญญาณที่เสถียร แชร์เน็ตได้หลายเครื่องพร้อมกัน ดังนั้นการเช่า Pocket WiFi อเมริกาติดตัวไปใช้งานด้วย จะช่วยให้การเปิดแผนที่ ค้นหาข้อมูล และอัปเดตความประทับใจตลอดทริปของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีสะดุด

คำถามที่พบบ่อย

ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกายากไหม

วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาไม่ได้ขอยากอย่างที่คิด หากเรามีเอกสารที่สมบูรณ์และโปรไฟล์ที่ชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากความมั่นคงในหน้าที่การงาน สถานะทางการเงิน และภาระผูกพันในไทย เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะเดินทางกลับหลังจบการท่องเที่ยว

วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา 10 ปี อยู่ได้กี่วัน

อายุวีซ่า 10 ปีคือระยะเวลาที่เราสามารถใช้บินเข้าประเทศได้ แต่ระยะเวลาพำนักในแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ณ วันที่เดินทางไปถึง ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะประทับตราให้อนุญาตอยู่ได้สูงสุดไม่เกิน 6 เดือนต่อครั้ง

สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาอย่างไรให้ผ่าน

เคล็ดลับสำคัญคือการตอบคำถามด้วยความมั่นใจ กระชับ และข้อมูลต้องตรงตามความเป็นจริงที่เรากรอกในแบบฟอร์ม พร้อมทั้งมีแผนการเดินทางที่ชัดเจน และอธิบายให้เจ้าหน้าที่เชื่อมั่นได้ว่าเรามีภาระผูกพันหรือการงานที่ต้องกลับมาจัดการในไทยอย่างแน่นอน

พร้อมออกเดินทางแล้วหรือยัง ?

เตรียมเน็ตให้พร้อมสำหรับทุกทริป

บทความโดย

Picture of SAMURAI WiFi Pocket WiFi team
SAMURAI WiFi Pocket WiFi team

Pocket WiFi เช่าที่ไทย ใช้ได้ทั่วโลก ให้บริการถึง150+ ประเทศ

ค้นหาบทความ

โปรโมชั่น

ช่องทางการติดต่อให้บริการ

เราพร้อมให้บริการด้วยความรวดเร็วและเป็นกันเอง

เวลาทำการ

เปิดทำการทุกวัน 24 ชั่วโมง