การตัดสินใจออกเดินทางเที่ยวอินเดีย ถือเป็นการเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสัน วัฒนธรรมที่หยั่งรากลึก และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี ประเทศอินเดียเป็นดินแดนที่มีความหลากหลาย ทั้งในแง่ของภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คน หลายคนที่กำลังวางแผนไปอินเดีย มักจะเกิดคำถามในใจว่าสถานที่ท่องเที่ยวอินเดียที่ไหนน่าสนใจบ้าง เพราะประเทศนี้มีขนาดใหญ่และมีจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค
สารบัญ
- เสน่ห์ของการเที่ยวอินเดีย ที่ดึงดูดนักเดินทางทั่วโลก
- แนะนำ 10 จุดหมายปลายทางเที่ยวอินเดีย ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง
- 1. ทัชมาฮาล (Taj Mahal) – เมืองอักรา
- 2. พระราชวังแห่งสายลม ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) – เมืองชัยปุระ
- 3. นครสีฟ้า โชธปุระ (Jodhpur) – รัฐราชสถาน
- 4. เมืองศักดิ์สิทธิ์ พาราณสี (Varanasi) – รัฐอุตตรประเทศ
- 5. ป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) – เมืองชัยปุระ
- 6. ถ้ำอชันตาและเอลโลรา (Ajanta and Ellora Caves) – รัฐมหาราษฏระ
- 7. ทะเลสาบปันกอง (Pangong Tso) – ลาดักห์
- 8. เมืองแห่งทะเลสาบ อุทัยปุระ (Udaipur) – รัฐราชสถาน
- 9. ประตูสู่อินเดีย (Gateway of India) – เมืองมุมไบ
- 10. ไร่ชาดาร์จีลิง (Darjeeling) – รัฐเบงกอลตะวันตก
- เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อมก่อนบินไป เที่ยวอินเดีย
- สรุปบทความ
- คำถามที่พบบ่อย
เสน่ห์ของการเที่ยวอินเดีย ที่ดึงดูดนักเดินทางทั่วโลก
ก่อนที่เราจะไปปักหมุดพิกัดสถานที่เที่ยวอินเดียต่าง ๆ การทำความเข้าใจเสน่ห์ของประเทศอินเดีย จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของประเทศนี้ได้ชัดเจน การไปอินเดีย ไม่ใช่แค่การไปถ่ายรูปกับสถานที่สวยงาม แต่เป็นการเดินทางเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต ปรัชญา และศาสนาที่ผสมผสานอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างกลมกลืน อินเดียมีมรดกโลกทางวัฒนธรรมมากมายที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต การเลือกเที่ยวอินเดียจึงเปรียบเสมือนการได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์เล่มใหญ่ที่ทุกหน้าเต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ
แนะนำ 10 จุดหมายปลายทางเที่ยวอินเดีย ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง
สำหรับใครที่กำลังลิสต์สถานที่เที่ยวอินเดีย เพื่อจัดทริปการเดินทาง ข้อมูลด้านล่างนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรไปที่ไหนบ้าง โดยแต่ละสถานที่จะมีจุดเด่น ประวัติความเป็นมา และกิจกรรมยอดนิยมที่แตกต่างกันออกไป
1. ทัชมาฮาล (Taj Mahal) – เมืองอักรา

ทัชมาฮาลคือสถานที่ท่องเที่ยวในอินเดียที่เป็นสัญลักษณ์ของอินเดียเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่โด่งดัง เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ความน่าสนใจอยู่ที่ความสมมาตรอันสมบูรณ์แบบของสถาปัตยกรรม และการเปลี่ยนสีของหินอ่อนตามแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอินเดียที่มีผู้มาเยือนมากที่สุด
ประวัติความเป็นมาของทัชมาฮาลนั้น ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 โดยสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน แห่งราชวงศ์โมกุล เพื่อเป็นสุสานฝังศพของพระมเหสี มุมตัซ มาฮาล ที่สิ้นพระชนม์จากการให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 การก่อสร้างใช้เวลายาวนานกว่า 20 ปี และใช้แรงงานมนุษย์พร้อมด้วยช้างจำนวนมหาศาล เพื่อแกะสลักและประดับประดาหินอัญมณีลงบนหินอ่อนอย่างวิจิตรบรรจง
กิจกรรมหลัก ๆ เมื่อมาทัชมาฮาลคือการเดินชมความงามของสถาปัตยกรรม ถ่ายภาพกับสระน้ำสะท้อนเงาด้านหน้า และนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทัชมาฮาลจะงดงามและมีมนต์ขลังมากที่สุด
2. พระราชวังแห่งสายลม ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) – เมืองชัยปุระ
ฮาวามาฮาลเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองชัยปุระ หรือที่รู้จักกันในชื่อนครสีชมพู อาคารแห่งนี้มีความสูง 5 ชั้น สร้างจากหินทรายสีแดงและสีชมพู มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง โดยมีหน้าต่างขนาดเล็กที่สลักลวดลายอย่างซับซ้อนจำนวนถึง 953 บาน ทำให้มีลมพัดผ่านเข้ามาภายในได้ตลอดเวลา
สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชา สวาย ประตาป สิงห์ สถาปัตยกรรมแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหล่านางในฮาเร็มหรือสตรีสูงศักดิ์ สามารถมองผ่านหน้าต่างออกมาชมวิถีชีวิต เทศกาล และความขวักไขว่บนท้องถนนด้านนอกได้ โดยที่บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นพวกนางได้ตามกฎจารีตประเพณีในยุคนั้น
สำหรับนักเดินทางที่มาเดินทางมา ฮาวามาฮาลส่วนใหญ่มักมาถ่ายรูปเก็บภาพอาคารแบบเต็มตา หรือนิยมไปนั่งตามคาเฟ่ฝั่งตรงข้ามเพื่อจิบชาพร้อมชมความงามของพระราชวังแห่งสายลมในมุมสูง
3. นครสีฟ้า โชธปุระ (Jodhpur) – รัฐราชสถาน

โชธปุระเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ถูกทาด้วยสีฟ้าสดใส เรียงรายลดหลั่นกันไปตามเนินเขา โดยมีป้อมปราการเมหรันการห์ที่มีความยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในนิทานอาหรับราตรี นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวโชธปุระนิยมเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยของเมืองสีฟ้า เพื่อถ่ายภาพวิถีชีวิตชาวเมือง จากนั้นจะขึ้นไปชมป้อมเมหรันการห์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และชมวิวเมืองสีฟ้าแบบพาโนรามา
4. เมืองศักดิ์สิทธิ์ พาราณสี (Varanasi) – รัฐอุตตรประเทศ
พาราณสีคือศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของชาวฮินดู ที่พาราณสีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาสัมผัสกับวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำคงคา ซึ่งเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าสามารถล้างบาปได้
เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี เป็นดินแดนที่เชื่อมโยงกับพระศิวะ เป็นศูนย์กลางของการแสวงบุญ ที่ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าหากได้มาอาบน้ำที่นี่จะบริสุทธิ์ และหากได้มาเสียชีวิตหรือเผาศพที่นี่ จะหลุดพ้นจากวัฏสงสาร ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก ถือเป็น สถานที่ท่องเที่ยวในอินเดีย ที่มีความสำคัญทางศาสนา
5. ป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) – เมืองชัยปุระ

ป้อมแอมเบอร์เป็นป้อมปราการหินทรายสีแดงและหินอ่อนสีขาวที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1592 โดยราชามานสิงห์ที่ 1 เพื่อใช้เป็นทั้งศูนย์กลางการปกครองและป้อมปราการป้องกันข้าศึก สถาปัตยกรรมของที่นี่เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะราชปุตและโมกุลอย่างลงตัว สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอำนาจของกษัตริย์ในยุคนั้น
ภายในป้อมแอมเบอร์ประกอบด้วยพระราชวัง ลานกว้าง และสวนที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ไฮไลต์ของการมาเที่ยวป้อมแอมเบอร์คือ ชีชมาฮาล (Sheesh Mahal) หรือพระราชวังกระจก ที่ประดับประดาด้วยกระจกชิ้นเล็ก ๆ นับหมื่นชิ้นบนเพดานและกำแพง
6. ถ้ำอชันตาและเอลโลรา (Ajanta and Ellora Caves) – รัฐมหาราษฏระ
ถ้ำอชันตาและเอลโลราคือมรดกโลกทางวัฒนธรรมองค์การยูเนสโก ที่แสดงให้เห็นถึงความอุตสาหะของมนุษย์ในยุคโบราณ เป็นหมู่ถ้ำที่ถูกแกะสลักเข้าไปในหน้าผาหินทราย ภายในเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังและรูปแกะสลักนูนต่ำที่งดงามและสมบูรณ์แบบมาก ทำให้เราทึ่งกับวิศวกรรมในอดีต
กิจกรรมหลัก ๆ เมื่อมาที่นี่คือการเดินชมความงามของถ้ำแต่ละถ้ำ ศึกษาเรื่องราวพุทธประวัติจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง และชื่นชมความละเอียดอ่อนของงานแกะสลักหินที่ทำขึ้นด้วยมือและเครื่องมือแบบดั้งเดิม
7. ทะเลสาบปันกอง (Pangong Tso) – ลาดักห์

ทะเลสาบปันกองเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงระดับความสูงกว่า 4,350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีความยาวพาดผ่านระหว่างอินเดียและทิเบต จุดเด่นของที่นี่คือน้ำในทะเลสาบสามารถเปลี่ยนสีได้ตามแสงอาทิตย์ ตั้งแต่สีฟ้าใส สีเขียวมรกต ไปจนถึงสีน้ำเงินเข้ม
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอินเดียที่ทะเลสาบปันกอง นิยมมาตั้งแคมป์ริมทะเลสาบ ถ่ายภาพกับวิวทิวทัศน์ที่ตัดกันระหว่างภูเขาสีน้ำตาลสลับซับซ้อนและน้ำทะเลสาบสีฟ้าใส ในช่วงหน้าหนาวน้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่งให้ความสวยงามไปอีกแบบ
8. เมืองแห่งทะเลสาบ อุทัยปุระ (Udaipur) – รัฐราชสถาน
อุทัยปุระได้รับสมญานามว่าเป็นเวนิสแห่งตะวันออก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอินเดียที่มีบรรยากาศโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง เมืองนี้โอบล้อมด้วยทะเลสาบพิโชลา (Lake Pichola) และมีพระราชวังสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำและกลางน้ำ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความหรูหราและเงียบสงบต่างจากเมืองอื่น ๆ ในอินเดีย
การมาเที่ยวที่อุทัยปุระ กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการล่องเรือในทะเลสาบพิโชลายามเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน การเดินชมความงามของซิตี้พาเลซ และการรับประทานอาหารค่ำบนดาดฟ้าของร้านอาหารริมทะเลสาบเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติก
9. ประตูสู่อินเดีย (Gateway of India) – เมืองมุมไบ

ประตูสู่อินเดียเป็นซุ้มประตูหินบะซอลต์สีเหลืองขนาดใหญ่ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองมุมไบ สถาปัตยกรรมเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะฮินดูและมุสลิม ถือเป็นจุดเริ่มต้นและจุดนัดพบที่สำคัญสำหรับทุกคนที่มาเที่ยวอินเดีย ในเมืองหลวงทางการค้าแห่งนี้
ซุ้มประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและต้อนรับการเสด็จเยือนอินเดียของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 และสมเด็จพระราชินีแมรี่แห่งอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1911 การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1924 และที่น่าสนใจคือ ในปี 1948 กองทหารอังกฤษกองสุดท้ายได้เดินทัพผ่านประตูแห่งนี้เพื่อเดินทางกลับประเทศ ถือเป็นการสิ้นสุดยุคอาณานิคมอย่างเป็นทางการ
10. ไร่ชาดาร์จีลิง (Darjeeling) – รัฐเบงกอลตะวันตก
ในยุคที่อังกฤษปกครองอินเดีย ชาวอังกฤษได้นำวัฒนธรรมการดื่มชาเข้ามาด้วย ชาวอังกฤษจึงได้พัฒนาเมืองดาร์จีลิงให้เป็นเมืองพักร้อน เพื่อหนีความร้อนจากที่ราบด้านล่าง และได้ริเริ่มการปลูกชาจนกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ยังมีการสร้างทางรถไฟสายภูเขาดาร์จีลิงหิมาลัย (Darjeeling Himalayan Railway) หรือที่เรียกกันว่า Toy Train ซึ่งปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ดาร์จีลิงจึงเป็นเมืองตากอากาศบนเทือกเขาหิมาลัย ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องของการปลูกชา การเที่ยวอินเดียในเมืองนี้เราจะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ได้เห็นวิวไร่ชาสีเขียวขจีที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา โดยมียอดเขาคันเชนจุงกา (Kanchenjunga) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสามของโลกเป็นฉากหลัง
สิ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาทำเมื่อมาเที่ยวอินเดียที่ดาร์จีลิงคือ การนั่งรถไฟ Toy Train ชมวิวทิวทัศน์ การเยี่ยมชมโรงงานผลิตชาเพื่อชิมชาดาร์จีลิงขนานแท้ และการตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเดินทางไปยังไทเกอร์ฮิลล์ (Tiger Hill) เพื่อชมแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงบนยอดเขาหิมาลัย
เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อมก่อนบินไป เที่ยวอินเดีย
เมื่อลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวอินเดีย ที่ต้องการไปเยือนได้แล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมาที่ห้ามละเลยเด็ดขาดในการเตรียมซื้ออินเทอร์เน็ตไปต่างประเทศ ประเทศอินเดียมีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่อาจจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐและภูมิภาค การมีอินเทอร์เน็ตที่เสถียรจะช่วยให้การเที่ยวอินเดียง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องของการเปิดแผนที่นำทาง การใช้แอปพลิเคชันแปลภาษา การเรียกแท็กซี่ หรือแม้แต่การค้นหาข้อมูลของสถานที่ต่าง ๆ แบบเรียลไทม์
การเตรียมอินเทอร์เน็ตไปเที่ยวอินเดีย สามารถทำได้หลายวิธี วิธีที่สะดวกคือการเช่า Pocket WiFi เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย สิ่งสำคัญคือควรจัดการเรื่องอินเทอร์เน็ตให้เสร็จสิ้นตั้งแต่อยู่ที่ประเทศไทย เพราะการไปหาซื้อซิมการ์ดท้องถิ่นที่อินเดียอาจมีความยุ่งยากในเรื่องของการลงทะเบียนที่ต้องใช้เอกสารหลายอย่าง และอาจต้องรอเวลาในการเปิดสัญญาณ ซึ่งจะทำให้เราเสียเวลาเที่ยว
สรุปบทความ
การตัดสินใจไปเที่ยวอินเดีย เป็นหนึ่งในการผจญภัยที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตนักเดินทาง ไม่ว่าเราจะเลือกไปชมสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่างทัชมาฮาล สัมผัสความยิ่งใหญ่ของป้อมปราการในรัฐราชสถาน เรียนรู้วิถีชีวิตที่เมืองพาราณสี หรือชื่นชมธรรมชาติบนเทือกเขาหิมาลัย ทุกสถานที่ท่องเที่ยวอินเดีย ล้วนมีเรื่องราวที่รอให้เราไปค้นพบด้วยตัวเอง การเตรียมความพร้อมที่ดี ทั้งในเรื่องของการวางแผนเส้นทาง การศึกษาประวัติศาสตร์ และการเตรียม WiFi พกพาจะช่วยให้เราสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้สะดวก ช่วยให้การเที่ยวอินเดียของเราเป็นไปอย่างราบรื่น สนุกสนาน และเต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจที่ไม่รู้ลืม
คำถามที่พบบ่อย
ไปเที่ยวประเทศอินเดียต้องขอวีซ่าไหม
คนไทยที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวอินเดียยังคงต้องขอวีซ่า โดยวิธีที่สะดวกที่สุดคือการขอ e-Visa (วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์) สำหรับนักท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสามารถยื่นเอกสารและชำระเงินล่วงหน้าก่อนเดินทางได้อย่างรวดเร็ว
สถานที่เที่ยวอินเดีย แบบธรรมชาติมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง
อินเดียมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลายกระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ ให้เลือกไปสัมผัสมากมาย ตัวอย่างที่โดดเด่น เช่น ทะเลสาบปันกอง ในเมืองลาดักห์ที่น้ำสามารถเปลี่ยนสีได้ ไร่ชาที่ลดหลั่นตามไหล่เขาในเมืองดาร์จีลิง หรือวิวทิวทัศน์ของหุบเขาและทะเลสาบที่สวยงามในแคชเมียร์
สถานที่เที่ยวอินเดีย มุมไบที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหนบ้าง
- ประตูสู่อินเดีย ซุ้มประตูหินริมทะเลอาหรับที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองมุมไบและเป็นจุดนัดพบยอดฮิต
- สถานีรถไฟฉัตรปติศิวาจี สถานีรถไฟมรดกโลกที่มีสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียนกอทิกผสมผสานศิลปะอินเดียอย่างวิจิตรตระการตา
- ถ้ำเอลิแฟนตา หมู่ถ้ำบนเกาะมรดกโลกที่เต็มไปด้วยงานแกะสลักหินโบราณเกี่ยวกับพระศิวะ โดยต้องนั่งเรือข้ามฟากจากประตูสู่อินเดีย
- มารีนไดรฟ์ ถนนโค้งเลียบชายทะเลที่เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นรับลมและชมวิวพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น


