เวลาที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจ การเดินทางด้วยเครื่องบินถือเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกสบายได้มากที่สุด แต่หลายคนอาจจะเคยมองข้ามความสำคัญของการจองตั๋ว โดยโฟกัสแค่เพียงราคาและช่วงเวลาบิน จนลืมไปว่าตำแหน่งที่นั่งบนเครื่องบินก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หากเราต้องเดินทางในเที่ยวบินที่ใช้เวลายาวนานหลายชั่วโมง การได้ที่นั่งบนเครื่องบินที่คับแคบหรืออยู่ในจุดที่มีเสียงรบกวนตลอดเวลา อาจทำให้เริ่มต้นทริปด้วยความเหนื่อยล้าได้
การทำความเข้าใจเรื่องที่นั่งบนเครื่องบินแต่ละประเภทและรู้วิธีการดูแถวที่นั่งเครื่องบิน จะช่วยให้เราสามารถออกแบบการเดินทางให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียดเกี่ยวกับที่นั่งบนเครื่องบิน ตั้งแต่ประเภทของคลาสต่าง ๆ ไปจนถึงเทคนิคเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน ให้ตรงกับสไตล์การเดินทาง เพื่อให้เราสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่เครื่องขึ้นจนถึงจุดหมายปลายทาง
สารบัญ
- ประเภทของที่นั่งบนเครื่องบินแต่ละระดับ แตกต่างกันอย่างไร
- เทคนิคการเลือกตำแหน่งที่นั่งบนเครื่องบิน ให้นั่งสบายตลอดไฟลต์
- วิธีจองที่นั่งบนเครื่องบิน ให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ
- สรุปบทความ
- คำถามที่พบบ่อย
ประเภทของที่นั่งบนเครื่องบินแต่ละระดับ แตกต่างกันอย่างไร

ก่อนที่จะตัดสินใจจองตั๋ว เราควรทำความรู้จักกับระดับคลาสของที่นั่งก่อน เพราะแต่ละระดับมีความกว้างขวาง และการบริการที่แตกต่างกัน การรู้ข้อมูลตรงนี้จะช่วยให้การเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน ตอบโจทย์งบประมาณและความต้องการของเราได้ดีที่สุด โดยทั่วไปที่นั่งบนเครื่องบิน จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับหลัก ๆ ดังนี้
ที่นั่งบนเครื่องบิน ชั้นประหยัด (Economy Class)
ที่นั่งชั้นประหยัดเป็นคลาสมาตรฐาน ที่ได้รับความนิยมสูงและมีจำนวนมากที่สุดในแต่ละเที่ยวบิน จุดเด่นคือราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและประหยัด เหมาะสำหรับการเดินทางทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไฟลต์สั้นในประเทศหรือไฟลต์ยาวข้ามทวีป ลักษณะของที่นั่งชั้นประหยัดจะมีพื้นที่จำกัด เบาะสามารถเอนได้เพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารด้านหลังมากเกินไป
แม้ว่าที่นั่งชั้นนี้จะไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่สายการบินแบบฟูลเซอร์วิสก็ยังมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม และระบบความบันเทิงส่วนตัวให้ครบถ้วน ส่วนน้ำหนักสัมภาระสำหรับผู้ที่จองชั้นประหยัด มักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 20 กิโลกรัม ซึ่งหากเดินทางไม่ไกลหรือไม่ได้เน้นความหรูหรา ชั้นประหยัดก็ถือว่าตอบโจทย์และคุ้มค่ามาก
ที่นั่งบนเครื่องบิน ชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy Class)
สำหรับคนที่อยากได้ความสบายเพิ่มขึ้น แต่ไม่อยากจ่ายแพงเท่าชั้นธุรกิจ ที่นั่งชั้นประหยัดพรีเมียมคือทางออกที่ดี ชั้นนี้ถูกออกแบบมา เพื่ออัปเกรดประสบการณ์จากชั้นประหยัดปกติ โดยที่นั่งจะมีความกว้างมากขึ้น มีพื้นที่สำหรับเหยียดขาที่ยาวกว่าเดิม และเบาะสามารถปรับเอนได้ลึกขึ้น ทำให้การนอนหลับสบายกว่า
นอกจากเรื่องของขนาดที่นั่งแล้ว บริการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้โดยสารชั้นนี้ มักจะมีความพิเศษมากกว่าชั้นประหยัดทั่วไป รวมถึงอาจได้สิทธิน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มขึ้นเป็น 25-30 กิโลกรัม ที่นั่งชั้นประหยัดพรีเมียมนี้ มักจะมีให้บริการในเส้นทางบินระยะไกลที่ใช้เวลามากกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป
ที่นั่งบนเครื่องบิน ชั้นธุรกิจ (Business Class)
หากต้องการยกระดับการเดินทางให้เหนือขึ้น ชั้นธุรกิจคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์นักเดินทาง ที่ต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง ตำแหน่งของชั้นธุรกิจ มักจะอยู่บริเวณส่วนหน้าของเครื่องบิน หรือชั้นบนสำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ ความพิเศษของชั้นนี้คือความกว้างขวาง เบาะนั่งสามารถปรับเอนนอนได้เกือบราบ หรือราบสนิทเป็นเตียง (Flat Bed) พร้อมมีฉากกั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้
ผู้ที่จองชั้นธุรกิจ จะได้รับการดูแลอย่างดีตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง โดยมีสิทธิเข้าใช้เลานจ์พักผ่อนที่สนามบิน อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องจะเป็นเมนูพรีเมียม ที่รังสรรค์โดยเชฟมืออาชีพ พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายชนิด และยังได้สิทธิน้ำหนักสัมภาระมากถึง 30-40 กิโลกรัม ชั้นธุรกิจจึงเหมาะสำหรับนักธุรกิจหรือผู้ที่ต้องการไปถึงปลายทางด้วยความสดชื่น พร้อมลุยงานหรือกิจกรรมต่อทันที
ที่นั่งบนเครื่องบิน ชั้นหนึ่ง (First Class)
First Class คือที่สุดของความหรูหราและความเป็นส่วนตัว ที่นั่งบนเครื่องบินชั้นหนึ่งมีให้บริการเพียงไม่กี่ที่นั่งต่อเที่ยวบิน และไม่ได้มีให้บริการในทุกสายการบิน พื้นที่ของชั้นหนึ่งจะกว้างขวาง เหมือนมีห้องพักส่วนตัว บางสายการบินมีประตูปิดกั้นมิดชิด มีเตียงนอนแยกต่างหากจากเบาะนั่ง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโรงแรมห้าดาว
การบริการสำหรับผู้โดยสารชั้นนี้ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุด มีพนักงานต้อนรับคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อาหารและแชมเปญเป็นระดับเวิลด์คลาส สามารถสั่งอาหารได้ตามเวลาที่ต้องการ ผู้ที่จองชั้นหนึ่งจะได้น้ำหนักสัมภาระมากขึ้น และได้รับสิทธิพิเศษในการใช้ช่องทางด่วนพิเศษ ตั้งแต่เช็กอินจนถึงรับกระเป๋าปลายทาง
เทคนิคการเลือกตำแหน่งที่นั่งบนเครื่องบิน ให้นั่งสบายตลอดไฟลต์

เมื่อเลือกคลาสของที่นั่งบนเครื่องบินได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการหาตำแหน่งที่ใช่ แม้จะอยู่ในคลาสเดียวกัน แต่ตำแหน่งที่นั่งก็ส่งผลต่อความสบายที่แตกต่างกัน สำหรับเทคนิคในการจองที่นั่งให้ได้ที่นั่งที่ดีที่สุด มีดังนี้
ที่นั่งบนเครื่องบิน ริมหน้าต่าง หรือ ริมทางเดิน
การตัดสินใจเลือกระหว่างสองตำแหน่งนี้ ขึ้นอยู่กับสไตล์ความชอบส่วนบุคคล หากเราเป็นคนชอบดูวิวทิวทัศน์ ชอบมองท้องฟ้า และต้องการพิงผนังเครื่องบินเพื่อหลับยาว ๆ ที่นั่งริมหน้าต่างถือเป็นตำแหน่งที่ดี เราสามารถควบคุมหน้าต่างได้เองและไม่ต้องคอยตื่นเวลาคนข้าง ๆ ขอทางเดินออก แต่ข้อเสียคือเวลาเราจะลุกไปเข้าห้องน้ำ จะต้องขอทางผู้โดยสารท่านอื่น
ในทางกลับกัน หากเราเป็นคนที่อึดอัดง่าย ต้องการยืดแข้งยืดขาบ่อย ๆ หรือต้องเข้าห้องน้ำเป็นประจำ ที่นั่งริมทางเดิน จะตอบโจทย์มากกว่า เราสามารถลุกจากที่นั่งได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องรบกวนใคร แต่อาจจะต้องคอยหลบรถเข็นอาหารหรือผู้โดยสารที่เดินผ่านไปมาบ้าง
หลีกเลี่ยงที่นั่งตรงกลาง
ที่นั่งบนเครื่องบินตรงกลาง มักจะเป็นตำแหน่งที่หลายคนพยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุด เพราะผู้ที่นั่งตรงกลางจะถูกขนาบข้างด้วยผู้โดยสารท่านอื่น ทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว ไม่สามารถพิงหน้าต่างได้ และไม่สามารถลุกเดินได้อย่างอิสระ หากเราเดินทางคนเดียว ควรพยายามจองริมหน้าต่างหรือริมทางเดิน ยกเว้นแต่ว่าเราจะเดินทางพร้อมครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน การได้นั่งติดกันสามคนก็อาจจะทำให้คุยกันได้สนุกมากขึ้น
ตำแหน่งบริเวณใกล้ปีก
สำหรับผู้ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะง่าย หรือมีอาการเมาเครื่องบิน ควรเลือกที่นั่งบริเวณที่ตรงกับปีกเครื่องบินถือเป็นทริคที่ช่วยได้มาก ตามหลักอากาศพลศาสตร์ โซนนี้เป็นจุดที่มีความสมดุลและมีจุดศูนย์ถ่วงดีที่สุด เมื่อเครื่องบินตกหลุมอากาศหรือเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน ผู้ที่นั่งโซนปีกจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนน้อยกว่าผู้ที่นั่งบริเวณหัวหรือท้ายเครื่อง
ที่นั่งบนเครื่องบิน แถวหน้าสุดและบริเวณประตูฉุกเฉิน
หากเราต้องการพื้นที่วางขา ที่กว้างเป็นพิเศษ โดยไม่ต้องอัปเกรดคลาส ควรเล็งที่นั่งบนเครื่องบินแถวหน้าสุดหรือแถวทางออกฉุกเฉิน เพราะพื้นที่บริเวณนี้จะกว้างกว่าปกติ ทำให้สามารถเหยียดขาและลุกเดินได้สบาย
อย่างไรก็ตาม ที่นั่งบนเครื่องบินบริเวณทางออกฉุกเฉิน จะมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ผู้ที่นั่งตรงนี้ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง สามารถสื่อสารและทำตามคำแนะนำของลูกเรือ ในการเปิดประตูฉุกเฉินได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และไม่อนุญาตให้วางสัมภาระไว้ใต้เบาะด้านหน้าในระหว่างที่เครื่องขึ้นและลง
หลีกเลี่ยงโซนท้ายเครื่องและใกล้ห้องน้ำ
ถ้าต้องการความสงบเงียบเพื่อพักผ่อน ควรหลีกเลี่ยงที่นั่งที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำหรือโซนเตรียมอาหาร เพราะบริเวณนี้จะมีการสัญจรของผู้โดยสารและลูกเรือตลอดเวลา ทำให้มีเสียงรบกวน ทั้งเสียงเปิดปิดประตู เสียงพูดคุย และแสงไฟ นอกจากนี้แถวสุดท้ายของห้องโดยสาร มักจะเป็นเบาะที่ไม่สามารถปรับเอนได้เต็มที่เพราะติดกับผนังกั้น และโซนท้ายเครื่องยังเป็นจุดที่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนหรืออาการส่ายของเครื่องบินมากที่สุดอีกด้วย
วิธีจองที่นั่งบนเครื่องบิน ให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ
เมื่อรู้แล้วว่าควรเลือกนั่งตรงไหน เราก็ต้องมาดูวิธีการจองให้ได้ตามแผนที่วางไว้ เพราะตำแหน่งดี ๆ มักจะถูกจับจองไปอย่างรวดเร็ว
- ศึกษาผังเครื่องบินก่อนจอง: ก่อนจะกดเลือกที่นั่ง ควรเข้าไปเช็กผังเครื่องบินของเที่ยวบินนั้น ๆ ให้ละเอียด เราสามารถดูได้ว่าหมายเลขใดอยู่ติดปีก ติดห้องน้ำ หรือเป็นที่นั่งไม่มีหน้าต่าง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงได้
- เช็กอินออนไลน์ล่วงหน้า: สายการบินส่วนใหญ่ จะเปิดระบบให้ผู้โดยสารเช็กอินออนไลน์ล่วงหน้าประมาณ 24-48 ชั่วโมงก่อนเวลาเดินทาง การเข้าไปเช็กอินเป็นคิวแรก ๆ จะทำให้เรามีโอกาสเข้าไปล็อก ที่นั่งบนเครื่องบิน ตำแหน่งดี ๆ ที่ยังว่างอยู่ได้ก่อนใคร
- ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมเลือกที่นั่ง: หากเรามีตำแหน่งที่เล็งไว้และไม่อยากไปลุ้นตอนเช็กอินออนไลน์ การยอมจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เพื่อล็อกที่นั่งตั้งแต่ตอนซื้อตั๋ว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะในเที่ยวบินระยะไกล การได้ที่นั่งถูกใจ จะช่วยลดความเหนื่อยล้าไปได้
- ใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตหรือสถานะสมาชิก: สำหรับผู้ที่มีสถานะสมาชิกระดับสูงของสายการบิน หรือบัตรเครดิตร่วมที่ใช้รูดซื้อตั๋ว จะมาพร้อมกับสิทธิพิเศษในการเลือกที่นั่งได้ฟรี หรือได้รับสิทธิในการอัปเกรดที่นั่งบนเครื่องบิน โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เราจึงควรตรวจสอบสิทธิเหล่านี้ให้ดีก่อนดำเนินการจองเสมอ
สรุปบทความ
การเลือกที่นั่งบนเครื่องบินที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง โดยเริ่มจากการเลือกคลาสที่นั่งให้ตอบโจทย์งบประมาณและไลฟ์สไตล์ จากนั้นจึงใช้เทคนิคการเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งคุณสามารถล็อกตำแหน่งที่นั่งดี ๆ ได้ผ่านการศึกษาผังเครื่องบิน การเช็กอินออนไลน์เป็นคิวแรก ๆ การใช้สิทธิจากบัตรเครดิต หรือการยอมจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
การเดินทางไปต่างประเทศ นอกจากเรื่องที่นั่งแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปเมื่อเดินทางถึงปลายทางคือ การเชื่อมต่อออนไลน์ที่ราบรื่น สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อเน็ตไปต่างประเทศ ขอแนะนำบริการจาก SAMURAI WiFi ที่จะทำให้ทุกการติดต่อสื่อสารของคุณไม่มีสะดุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีแพลนไปเยือนแดนปลาดิบ การเช่า pocket wifi ญี่ปุ่นของ SAMURAI WiFi ถือว่าตอบโจทย์อย่างยิ่ง เพราะให้สัญญาณที่เสถียรและครอบคลุมทั่วประเทศ เพียงแค่พกพา pocket wifi เล็ก ๆ ไว้กับตัวเพียงเครื่องเดียว ก็สามารถแชร์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกับเพื่อนร่วมทริปได้สบาย ๆ ให้คุณอัปเดตโซเชียลและค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวได้อย่างไร้กังวลตลอดทั้งทริป
คำถามที่พบบ่อย
ที่นั่งบนเครื่องบิน บริเวณไหนปลอดภัย?
จากสถิติและการวิเคราะห์อุบัติเหตุทางการบินในอดีต พบว่าที่นั่งบนเครื่องบิน บริเวณส่วนท้ายของเครื่องมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่าบริเวณอื่น ๆ เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเดินทางด้วยเครื่องบินถือเป็นการคมนาคมที่ปลอดภัย ดังนั้น การพิจารณาเลือกที่นั่ง ควรให้น้ำหนักไปที่ความสะดวกสบายและการพักผ่อนมากกว่าความกังวลเรื่องอุบัติเหตุ
ข้อจำกัดของที่นั่งบนเครื่องบิน บริเวณประตูฉุกเฉินมีอะไรบ้าง?
ผู้โดยสารที่เลือกที่นั่งบนเครื่องบิน แถวประตูฉุกเฉินจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ใช่สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เดินทางพร้อมทารก และต้องสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่นของสายการบินได้ เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของลูกเรือกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ จะไม่สามารถนำกระเป๋าหรือสัมภาระใด ๆ วางไว้ที่พื้นบริเวณที่นั่งแถวนี้ ระหว่างที่เครื่องขึ้นและลงได้เลย
หากพาเด็กทารกเดินทางควรจองที่นั่งบนเครื่องบิน ตรงไหนดีที่สุด?
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กทารก ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือแถวหน้าสุดของแต่ละโซน เพราะบริเวณผนังด้านหน้าสามารถติดตั้งเปลเด็กที่สายการบินเตรียมไว้ให้ได้ ทำให้พ่อแม่ไม่ต้องอุ้มลูกตลอดเวลา นอกจากนี้ควรเลือกที่นั่งริมทางเดิน เพื่อให้สามารถลุกออกไปเปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนม หรือพาเด็กเดินกล่อมได้อย่างสะดวก โดยไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น


