ใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศยุโรป ในงบประมาณที่เข้าถึงได้ง่าย การไปเที่ยวจอร์เจียคือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุด เพราะที่นี่ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก ทั้งยังเป็นสวรรค์ของคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบสวิตเซอร์แลนด์แต่จ่ายในราคาเอเชีย การเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเองในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีข้อมูลมากมาย การเดินทางสะดวกสบาย และที่สำคัญคือคนไทยสามารถเดินทางไปจอร์เจียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แถมยังพำนักได้นานถึงหนึ่งปีเต็ม
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกการเตรียมความพร้อมและรวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจีย ที่คัดมาแล้วว่าวิวธรรมชาติสวยอลังการ ตอบโจทย์นักเดินทางที่อยากไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง
สารบัญ
- เตรียมตัวก่อน เที่ยวจอร์เจีย มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง
- อินเทอร์เน็ตพกพา ตัวช่วยสำคัญจาก SAMURAI WiFi
- 10 สถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจีย วิวธรรมชาติสวยงาม ที่ต้องไปเช็กอิน
- 1. เมืองทบิลิซี (Tbilisi)
- 2. เมืองมิทสเคต้า (Mtskheta)
- 3. โบสถ์เกอร์เกติ (Gergeti Trinity Church)
- 4. เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountains)
- 5. อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย (Russia-Georgia Friendship Monument)
- 6. หมู่บ้านจูทา (Juta Village)
- 7. เมืองถ้ำอุพลิสชิเค่ (Uplistsikhe)
- 8. เมืองบาทูมี (Batumi)
- 9. เมืองคาซเบกิ (Kazbegi / Stepantsminda)
- 10. วิหารจวารี (Jvari Monastery)
- สรุปบทความ
- คำถามที่พบบ่อย
เตรียมตัวก่อน เที่ยวจอร์เจีย มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง
ก่อนจะเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปเที่ยวจอร์เจีย เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้ทริปนี้ราบรื่นและเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดี สิ่งแรกที่ต้องรู้คือเรื่องของสภาพอากาศ จอร์เจียมี 4 ฤดูที่ชัดเจน หากอยากเห็นหิมะปกคลุมยอดเขาแบบอลังการควรไปช่วงฤดูหนาว แต่ถ้าชอบอากาศเย็นสบาย ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี และดอกไม้บาน ฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ในส่วนของสกุลเงิน การเที่ยวจอร์เจียจะใช้สกุลเงินลารีจอร์เจีย (GEL) ซึ่งเราไม่สามารถแลกจากเงินบาทไปเป็นลารีได้โดยตรง จำเป็นต้องแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือยูโร (EUR) จากไทยไปก่อน แล้วจึงนำไปแลกเป็นเงินท้องถิ่นที่สนามบินหรือร้านแลกเงินในเมือง ค่าครองชีพที่นี่ถือว่าถูกมาก ค่าอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหารทั่วไปราคาใกล้เคียงกับประเทศไทย ทำให้การเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเอง สามารถควบคุมงบประมาณได้ง่าย
อินเทอร์เน็ตพกพา ตัวช่วยสำคัญจาก SAMURAI WiFi
เมื่อตัดสินใจเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเอง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคืออินเทอร์เน็ต สำหรับการค้นหาเส้นทาง ดูแผนที่ แปลภาษา หรือแม้แต่การอัปเดตภาพสวย ๆ ลงโซเชียลมีเดีย การใช้ซิมการ์ดท้องถิ่นอาจมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณข้อมูลหรือความเสถียรในบางพื้นที่บนภูเขาสูง
การเลือกบริการเช่า Pocket WiFi จาก SAMURAI WiFi จะช่วยให้การเที่ยวจอร์เจีย สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยสัญญาณที่ครอบคลุม แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาว 7-8 ชั่วโมง และสามารถแชร์สัญญาณใช้งานร่วมกันสูงสุด 5 คน ไม่ว่าจะเช่ารถขับเองแล้วต้องเปิด GPS หรือเดินในเขตเมืองเก่า การเลือก Pocket WiFi ยุโรป จาก SAMURAI WiFi ก็พร้อมเป็นผู้ช่วยนำทางให้เราไม่พลาดทุกจุดหมายปลายทางที่สำคัญ
10 สถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจีย วิวธรรมชาติสวยงาม ที่ต้องไปเช็กอิน

เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทางไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจีย ที่เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์หลักล้านและประวัติศาสตร์อันยาวนาน นี่คือ 10 พิกัดที่คัดมาแล้วว่าต้องไปเยือนให้ได้
1. เมืองทบิลิซี (Tbilisi)
เริ่มต้นทริปเที่ยวจอร์เจียกันที่เมืองหลวงอย่างทบิลิซี เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมิตควารี เสน่ห์ของเมืองนี้คือการผสมผสานระหว่างความเก่าและความใหม่ได้อย่างลงตัว เราสามารถเดินเล่นในเขตเมืองเก่า เพื่อชมอาคารบ้านเรือนที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไม้แกะสลักแบบดั้งเดิม สลับกับตึกรามบ้านช่องสไตล์ยุโรปยุคกลาง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการนั่งกระเช้าลอยฟ้า ขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาที่ป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress) และแวะถ่ายรูปที่สะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace) สะพานกระจกดีไซน์ล้ำสมัยที่ทอดตัวข้ามแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมีโรงอาบน้ำแร่กำมะถันโบราณ ที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเมืองนี้
2. เมืองมิทสเคต้า (Mtskheta)

ห่างจากทบิลิซีออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร เราจะพบกับเมืองมิทสเคต้า อดีตเมืองหลวงเก่าและเมืองศักดิ์สิทธิ์โบราณอายุกว่า 3,000 ปีของจอร์เจีย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก การมาเที่ยวจอร์เจียจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้มาเยือนเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
ภายในเมืองมีสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) โบสถ์ยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญทางจิตใจต่อชาวจอร์เจีย บรรยากาศของเมืองนี้เงียบสงบ ถนนหนทางปูด้วยหินก้อนใหญ่ สองข้างทางมีร้านขายของที่ระลึกและขนมพื้นเมืองอย่างเชิร์ชเคลา (Churchkhela) หรือวอลนัทเคลือบน้ำองุ่น ให้เราได้ลิ้มลอง
3. โบสถ์เกอร์เกติ (Gergeti Trinity Church)
หากพูดถึงสัญลักษณ์ของการเที่ยวจอร์เจีย ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงย่อมเป็น โบสถ์เกอร์เกติ โบสถ์คริสต์นิกายจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์เก่าแก่ ที่สร้างขึ้นจากหินแกรนิต ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาคาซเบก ที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี
การเดินทางขึ้นมาที่นี่ต้องอาศัยการเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) หรือหากใครเป็นสายลุยก็สามารถเดินป่าปีนเขาขึ้นมาได้ วิวทิวทัศน์เมื่อมองลงมาจากบริเวณโบสถ์ จะเห็นหุบเขาและหมู่บ้านด้านล่าง เป็นภาพที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจียที่ช่างภาพจากทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเก็บภาพสักครั้งในชีวิต
4. เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountains)
เทือกเขาคอเคซัสคือ ปราการธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ทำหน้าที่แบ่งพรมแดนระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย การเดินทางเที่ยวจอร์เจีย คือการได้เข้ามาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแห่งนี้อย่างใกล้ชิด ตลอดเส้นทางที่รถแล่นผ่านถนนสายหลักที่ตัดผ่านหุบเขา เราจะได้เห็นภูเขาสูงตระหง่านสลับซับซ้อน ทุ่งหญ้าอัลไพน์ ฝูงแกะที่เดินเล็มหญ้าอยู่ริมทาง และธารน้ำแข็งที่ละลายกลายเป็นลำธารสายเล็ก ๆ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่นี่ยังคงบริสุทธิ์ เป็นสวรรค์ของคนที่รักการสูดอากาศบริสุทธิ์และชื่นชมความยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้
5. อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย (Russia-Georgia Friendship Monument)
ระหว่างทางที่ขับรถมุ่งหน้าสู่ภูเขาสูง เราจะพบกับอนุสรณ์สถานขนาดใหญ่รูปทรงครึ่งวงกลม ตั้งอยู่ริมหน้าผา นี่คือ อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสนธิสัญญาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โครงสร้างด้านในถูกประดับประดาด้วยกระเบื้องโมเสกสีสันสดใส บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวจอร์เจียและรัสเซีย แต่สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดแวะพักยอดฮิตในการเที่ยวจอร์เจีย คือระเบียงชมวิวที่ยื่นออกไปเหนือหุบเขาปีศาจ (Devil’s Valley) เมื่อมองลงไปจะเห็นทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์และเทือกเขาที่สลับซับซ้อน เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงามตระการตามาก
6. หมู่บ้านจูทา (Juta Village)
สำหรับสายธรรมชาติที่อยากได้ฟีลลิ่งแบบสวิตเซอร์แลนด์ ต้องมาที่ หมู่บ้านจูทา หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาคอเคซัส ที่นี่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา และมีฉากหลังเป็นเทือกเขาหินรูปร่างแปลกตาที่มีหิมะเกาะอยู่บนยอด การมาเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเองที่หมู่บ้านจูทานี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินป่าระยะสั้น (Trekking) หรือการกางเต็นท์แคมป์ปิ้งริมลำธาร สูดอากาศที่บริสุทธิ์และฟังเสียงน้ำไหล เป็นการชาร์จพลังชีวิตชั้นดีและหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
7. เมืองถ้ำอุพลิสชิเค่ (Uplistsikhe)
เปลี่ยนบรรยากาศจากภูเขาสูงมาชมความมหัศจรรย์ทางประวัติศาสตร์กันที่ เมืองถ้ำอุพลิสชิเค่ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวจอร์เจีย ที่มีอายุเก่าแก่ย้อนไปถึงยุคหินและยุคสำริด เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เกิดจากการสกัดเจาะภูเขาหินทั้งลูกให้กลายเป็นที่อยู่อาศัย โบสถ์วิหาร และลานกว้าง ในอดีตที่นี่เคยเป็นจุดแวะพักสำคัญบนเส้นทางสายไหม เราสามารถเดินลัดเลาะไปตามบันไดหินและช่องเขาเพื่อสำรวจร่องรอยอารยธรรมโบราณ การได้มาเดินอยู่ท่ามกลางเมืองถ้ำแห่งนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนมาเที่ยวจอร์เจีย ไม่ควรพลาด
8. เมืองบาทูมี (Batumi)

หากคิดว่าจอร์เจียท่องเที่ยวได้แค่บนภูเขา ขอให้ลองมาที่เมืองบาทูมี เมืองตากอากาศริมฝั่งทะเลดำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ บรรยากาศของเมืองนี้แตกต่างจากเมืองอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยตึกระฟ้าสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ คาสิโน สวนสาธารณะริมหาด และประติมากรรมที่โดดเด่น ไฮไลต์ของเมืองนี้คือ อนุสรณ์แห่งความรักอาลีและนีโน่ (Ali and Nino Moving Sculptures) รูปปั้นเหล็กขนาดใหญ่ของชายหญิงที่ในทุก ๆ วันรูปปั้นทั้งสองจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหากันจนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวและเคลื่อนผ่านกันไป เป็นการเล่าเรื่องราวความรักที่ถูกกีดกันจากภาวะสงครามได้อย่างลึกซึ้ง
9. เมืองคาซเบกิ (Kazbegi / Stepantsminda)
เมืองคาซเบกิ หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สเตปันสมินดา เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญก่อนที่เราจะขึ้นไปยังโบสถ์เกอร์เกติ ตัวเมืองตั้งอยู่กลางหุบเขาและถูกล้อมรอบด้วยยอดเขาสูง ทำให้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่วิวธรรมชาติที่สวยงาม การเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเองในเมืองนี้ เราสามารถหาที่พักสไตล์เกสต์เฮาส์น่ารัก ๆ เพื่อตื่นมาจิบกาแฟหรือไวน์จอร์เจียริมระเบียงพร้อมมองวิวภูเขาหิมะยามเช้า นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าสั้น ๆ ไปยังน้ำตกและจุดชมวิวต่าง ๆ รอบเมือง เป็นเมืองที่เหมาะแก่การพักผ่อนและปล่อยตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
10. วิหารจวารี (Jvari Monastery)
ปิดท้ายทริปเที่ยวจอร์เจียกันที่วิหารจวารี หรือ โบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ ศาสนสถานเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา องค์วิหารสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 และยังคงความสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน ภายในมีความขลังและเงียบสงบ แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงของการมาเยือนจอร์เจียคือลานชมวิวด้านนอก เมื่อเราทอดสายตามองลงไปด้านล่าง จะเห็นภาพอันน่าทึ่งของแม่น้ำสองสาย คือแม่น้ำมิตควารีและแม่น้ำอรักวี ที่มีสีของน้ำแตกต่างกันไหลมาบรรจบกันพอดิบพอดี โดยมีเมืองโบราณมิทสเคต้าตั้งอยู่ตรงกลาง เป็นภาพความงามที่ธรรมชาติและประวัติศาสตร์สอดประสานกันได้อย่างลงตัวที่สุด
สรุปบทความ
การเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเองเป็นทริปที่ตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสอารยธรรมยุโรปและวิวธรรมชาติหลักล้านในราคาที่ประหยัด โดยคนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ทันทีแบบฟรีวีซ่า ดินแดนแห่งนี้มีความหลากหลายสูงมาก เราสามารถไปสำรวจเมืองหลวงอย่างทบิลิซีและเมืองมรดกโลกมิทสเคต้าเพื่อซึมซับประวัติศาสตร์ ชมความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาคอเคซัสและโบสถ์เกอร์เกติที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูง ไปจนถึงสัมผัสความทันสมัยริมทะเลดำที่เมืองบาทูมี
การเตรียมตัวที่สำคัญคือต้องแลกเงินดอลลาร์หรือยูโรจากไทยเพื่อนำไปแลกเป็นสกุลเงินลารีจอร์เจีย (GEL) ที่หน้างาน และอย่าลืมพกตัวช่วยสำคัญอย่าง Pocket WiFi จาก SAMURAI WiFi ติดตัวไว้ เพื่อให้เราสามารถใช้แผนที่ ค้นหาข้อมูล และแชร์ภาพความประทับใจได้อย่างเสถียรและราบรื่นตลอดทั้งทริป
คำถามที่พบบ่อย
ไปเที่ยวจอร์เจีย ช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
หากชอบอากาศเย็นสบาย ทุ่งหญ้าเขียวขจี และมีดอกไม้บาน แนะนำให้ไปช่วงฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม-มิถุนายน) หรือฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) แต่ถ้าอยากเห็นหิมะหนานุ่มปกคลุมภูเขาสำหรับเล่นสกี ควรไปช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์)
คนไทยไปเที่ยวจอร์เจียด้วยตัวเอง ต้องขอวีซ่าหรือไม่?
ไม่ต้องขอวีซ่า ผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศจอร์เจียได้เลย และได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศได้นานสูงสุดถึง 1 ปี ทำให้การวางแผนเที่ยวระยะยาวทำได้ง่ายมาก
การเดินทางระหว่างเมืองในจอร์เจียทำได้อย่างไรบ้าง?
การเดินทางค่อนข้างหลากหลาย เราสามารถใช้บริการรถตู้สาธารณะ ที่มีราคาประหยัดและครอบคลุมหลายเส้นทาง หรือสามารถใช้บริการรถไฟ รถแท็กซี่ หรือหากต้องการความคล่องตัวสูงสุด การเช่ารถขับเองก็เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการเที่ยวด้วยตัวเอง


