การเดินทางไปชมเทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่น ถือเป็นเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สว่างไสวไปด้วยพลุหลากสีสันสะท้อนบนผิวน้ำ หรือการมีฉากหลังเป็นสถาปัตยกรรมดั้งเดิม เป็นภาพจำที่น่าประทับใจ เราจะพาไปเจาะลึกข้อมูลเทศกาลดอกไม้ไฟที่สำคัญทั่วประเทศ พร้อมวิธีเตรียมตัวให้พร้อมเลือกการแต่งตัวเที่ยวญี่ปุ่นให้เหมาะกับเทศกาล พร้อมทั้งเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปเทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่น เพื่อให้ได้จุดชมวิวที่ดีที่สุดและประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ
“เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่น” วัฒนธรรมที่อยู่คู่ฤดูร้อน
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นมีรากฐานยาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ เริ่มต้นจากการจัดงานเพื่อปัดเป่าโรคร้ายและไว้อาลัยผู้ล่วงลับจากความอดอยาก ก่อนจะพัฒนามาเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟอันเป็นสัญลักษณ์แห่งฤดูร้อน ปัจจุบันสะท้อนถึงศิลปะขั้นสูงในการประดิษฐ์พลุที่ทรงกลมสมมาตร เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้สวมชุดยูกาตะและเดินชมงานเทศกาลอย่างเพลิดเพลิน
3 เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่น ที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ

หากพูดถึงงานแสดงพลุที่จัดเต็ม นี่คือ 3 เทศกาลที่ได้รับการยกย่องว่ายิ่งใหญ่และอลังการที่สุด ที่เราต้องไปชมให้ได้สักครั้ง
1. งานแข่งขันดอกไม้ไฟโอมางาริ
งานแข่งขันดอกไม้ไฟโอมางาริ เป็นงานจัดแสดงพลุที่ยิ่งใหญ่ติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น จัดขึ้นที่จังหวัดอาคิตะในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เป็นเวทีประชันฝีมือของช่างทำพลุเพื่อชิงรางวัลนายกรัฐมนตรี ไฮไลต์อยู่ที่การแสดงไวด์สตาร์ไมน์ (Wide Starmine) ขนาดใหญ่ที่ยิงต่อเนื่องตามจังหวะดนตรี สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมหลายแสนคนที่เดินทางมาชมดอกไม้ไฟ
2. เทศกาลดอกไม้ไฟนากาโอกะ
หนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จัดที่จังหวัดนีงาตะช่วงต้นเดือนสิงหาคม งานนี้สร้างขึ้นเพื่ออธิษฐานถึงการฟื้นฟูหลังสงคราม จุดเด่นคือพลุโชเซนชะคุดามะขนาดมหึมาและชุดพลุฟีนิกซ์ที่ทอดยาวริมแม่น้ำ เป็นเทศกาลที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และซาบซึ้งใจอย่างมาก
3. การแข่งขันดอกไม้ไฟแห่งชาติสึจิอุระ
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นงานนี้แตกต่างจากที่อื่นเพราะจัดในเดือนพฤศจิกายนที่อากาศเย็นสบาย ทำให้มองเห็นสีสันพลุได้ชัดเจน จัดที่จังหวัดอิบารากิ เป็นการแข่งขันสุดยอดสตาร์ไมน์ที่ช่างทำพลุจะงัดเทคนิคมาประชันกัน ใครอยากเห็นพลุสุดอลังการต้องไม่พลาดเทศกาลนี้
5 งานเทศกาลดอกไม้ไฟยอดนิยม เดินทางง่าย บรรยากาศสุดฟิน
สำหรับผู้ที่ไม่อยากเดินทางไกลข้ามภูมิภาค เราขอแนะนำ 5 เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่น ที่เดินทางง่ายและมีบรรยากาศสวยงามไม่แพ้งานเทศกาลระดับประเทศ
1. เทศกาลดอกไม้ไฟแม่น้ำสุมิดะ
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว จัดขึ้นช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ดึงดูดผู้ชมเกือบล้านคน มีจุดเด่นคือการยิงพลุกว่าสองหมื่นนัดโดยมีฉากหลังเป็นโตเกียวสกายทรี เป็นเทศกาลที่เราสามารถชมพลุพร้อมวิวเมืองหลวงได้อย่างลงตัว
2. เทศกาลดอกไม้ไฟทะเลสาบบิวะ
งานจัดขึ้นที่จังหวัดชิงะ เป็นเทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นที่ยิงพลุกว่าหนึ่งหมื่นนัดขึ้นเหนือทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ภาพพลุหลากสีที่สะท้อนบนผิวน้ำสร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก ถือเป็นเทศกาลที่คุ้มค่าแก่การเดินทางมาชมในช่วงต้นเดือนสิงหาคมเป็นอย่างมาก
3. เทศกาลดอกไม้ไฟนานิวะ โยโดกาวะ
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นใจกลางเมืองโอซาก้า จัดขึ้นริมแม่น้ำชินโยโดกาวะ โดดเด่นด้วยการจุดพลุใต้น้ำที่บานเป็นรูปครึ่งวงกลมและไวด์สตาร์ไมน์อลังการ เป็นเทศกาลที่ผสมผสานความยิ่งใหญ่ของพลุเข้ากับฉากหลังที่เป็นตึกระฟ้าของเมืองโอซาก้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
4. เทศกาลดอกไม้ไฟทะเลสาบสุวะ
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นในจังหวัดนากาโนะที่มีจำนวนพลุมากที่สุดถึงสี่หมื่นนัด จุดเด่นคือเสียงพลุที่ดังกึกก้องสะท้อนกับภูเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบสุวะ ทำให้เป็นเทศกาลที่เราจะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ทั้งภาพและเสียงที่ทรงพลังในเดือนสิงหาคม
5. เทศกาลดอกไม้ไฟอากะกาวะ
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นที่จัดขึ้นริมแม่น้ำอากะกาวะ จังหวัดยามากาตะ พื้นที่จัดงานเปิดโล่งทำให้สามารถชมพลุที่กว้างอย่างเต็มตา เป็นเทศกาลที่ได้รับการยกย่องว่ามีรูปแบบการจัดแสดงพลุที่สวยงามและกว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
วิธีวางแผนและการเตรียมตัวรับมือเมื่อไปเทศกาลดอกไม้ไฟ

การไปชมเทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นให้สนุกต้องอาศัยการวางแผนที่ดี เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดและคนจำนวนมาก การเตรียมพร้อมเรื่องตั๋วเข้าชม อุปกรณ์กันความร้อน และการจัดการเวลาเดินทางจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราดูดอกไม้ไฟได้อย่างมีความสุข
การซื้อบัตรที่นั่งชมล่วงหน้า VS การหาจุดชมฟรี
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักมีทั้งโซนที่นั่งแบบเสียเงินและโซนฟรี การซื้อบัตรล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์จองตั๋วจะช่วยรับประกันว่าเราจะมีที่นั่งแน่นอนโดยไม่ต้องไปปูเสื่อรอข้ามวัน ส่วนการหาจุดชมฟรีในเทศกาลอาจต้องแลกมากับการไปจองพื้นที่ตั้งแต่เช้าและอาจโดนบังวิวได้
ไอเทมจำเป็นเพื่อรับมือกับอากาศร้อนจัด
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นในฤดูร้อนมักมาพร้อมอุณหภูมิที่สูงเกิน 30 องศาเซลเซียส เราแนะนำให้พกพัดลมมือถือ แผ่นเจลเย็น และทิชชูเปียกติดตัวไว้เสมอ รวมถึงเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อป้องกันโรคลมแดดระหว่างรอชมดอกไม้ไฟ
ทริคหลีกเลี่ยงความแออัดในการเดินทาง
หลังจบเทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่น สถานีรถไฟคนจะแน่นมาก แนะนำให้เติมเงินบัตร IC Card ล่วงหน้า ซื้อตั๋วขากลับไว้ก่อน หรือออกจากงานก่อนเวลาจบประมาณ 15 นาที หากเป็นไปได้การเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานีถัดไปจะช่วยหลีกเลี่ยงฝูงชนในเทศกาลได้ดีที่สุด
สรุปบทความ
เทศกาลดอกไม้ไฟ ญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่เราควรไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานระดับท็อปอย่างโอมางาริและนากาโอกะ หรือเทศกาลยอดฮิตอย่างสุมิดะและทะเลสาบบิวะ แต่ละงานล้วนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป การวางแผนเรื่องการจองตั๋ว การเดินทาง และการรับมือกับความร้อนอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ทริปชมเทศกาลดอกไม้ไฟของเราสมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดีในฤดูร้อน
การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการไปดูพลุในช่วงเทศกาล ไปชมซากุระญี่ปุ่น หรือเดินทางไปดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือจะไปเที่ยวญี่ปุ่นที่ไหน ๆ การเช่า Pocket wifi ญี่ปุ่น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ บริการ Pocket wifi จาก SAMURAI WiFi เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะให้สัญญาณเสถียร แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง 7-8 ชั่วโมง และสามารถแชร์พร้อมกันได้สูงสุด 5 อุปกรณ์ พร้อมทีมซัพพอร์ตคอยดูแลให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้เราออกเดินทางท่องเที่ยวและเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างอุ่นใจตลอดการเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย
เทศกาลดอกไม้ไฟในญี่ปุ่นมักจัดขึ้นช่วงเดือนไหน?
ส่วนใหญ่จัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี อย่างไรก็ตาม มีบางเทศกาลที่จัดในฤดูใบไม้ร่วง เช่น งานที่สึจิอุระในเดือนพฤศจิกายน
หากฝนตก งานเทศกาลดอกไม้ไฟจะถูกยกเลิกหรือไม่?
หากมีฝนตกปรอย ๆ มักจะดำเนินการจัดตามปกติ แต่หากมีพายุเข้าหรือฝนตกหนัก อาจถูกเลื่อนไปวันอื่นหรือถูกยกเลิกโดยไม่มีการเลื่อน ควรติดตามประกาศจากเว็บไซต์ทางการของงานอย่างใกล้ชิด
จำเป็นต้องซื้อตั๋วเพื่อเข้าชมเทศกาลดอกไม้ไฟไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะหลายแห่งมีจุดชมฟรีรอบนอกบริเวณจัดงาน แต่หากต้องการวิวที่สวยที่สุดและไม่อยากไปจองที่นั่งเบียดเสียด การซื้อตั๋วที่นั่งแบบเสียเงินสำหรับชมเทศกาลคือทางเลือกที่ดีที่สุด


