สำหรับใครที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว ดิสนีย์แลนด์เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม เพราะเที่ยวได้ทั้งครอบครัว อีกทั้งยังเป็นความฝันในวัยเด็กที่จะได้ไปเยือนดินแดนแห่งเวทมนตร์สักครั้งในชีวิต แต่ดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง หรือ Disneyland มีที่ไหนบ้างบนโลกใบนี้ ปัจจุบันในปี 2026 อาณาจักรแห่งจินตนาการไม่ได้หยุดอยู่แค่ในภาพยนตร์หรือหน้าจอทีวีอีกต่อไป แต่ได้กระจายความสุขออกไปในหลายทวีปทั่วโลก ไปดูกันว่าดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง เพื่อที่จะช่วยได้วางแผนการเดินทางและเลือกจุดหมายปลายทางที่ตรงกับความชอบของพวกเราได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสายผจญภัย สายถ่ายรูป หรือสายเก็บเครื่องเล่น การรู้ว่า Disneyland มีที่ไหนบ้าง จะเป็นก้าวแรกที่พาพวกเราไปสู่ความทรงจำที่ไม่มีวันลืม บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกพิกัดกันอย่างละเอียด
ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์ ปัจจุบันดิสนีย์แลนด์มีทั้งหมดกี่แห่ง?
หากมีคำถามว่า ดิสนีย์แลนด์อยู่ประเทศอะไร หรือ ดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง คำตอบคือปัจจุบันโลกของเรามีสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ทั้งหมด 6 แห่ง โดยกระจายอยู่ใน 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และจีน (รวมฮ่องกง) ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเอกลักษณ์และมนต์เสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน
พิกัดพาสปอร์ตดิสนีย์ เจาะลึกจุดเด่นและไฮไลต์ของแต่ละประเทศ
เมื่อทราบเบื้องต้นแล้วว่า ดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง หรือ Disneyland มีที่ไหนบ้าง ลำดับถัดไปเราจะมาเจาะลึกกันว่าแต่ละพิกัดนั้นมีความน่าสนใจอย่างไร มีเครื่องเล่นอะไรที่เป็นไฮไลต์ และทำไมเราถึงควรไปเยือนให้ครบทุกแห่ง

1. Disneyland Resort, California (สหรัฐอเมริกา)
Disneyland Resort, California เป็นดิสนีย์แลนด์แห่งแรก ซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1955 สร้างขึ้นจากวิสัยทัศน์ของวอลต์ ดิสนีย์โดยตรง โดดเด่นด้วยความคลาสสิกดั้งเดิม มีปราสาทเจ้าหญิงนิทราเป็นสัญลักษณ์ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปสู่รากฐานแห่งเวทมนตร์ สวนสนุกแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ Disneyland Park และ Disney California Adventure Park
- Disneyland Park โซนสุดคลาสสิกที่ยังคงเครื่องเล่นดั้งเดิมไว้มากมาย เช่น Pirates of the Caribbean และ Haunted Mansion นอกจากนี้ยังมีโซน Star Wars: Galaxy’s Edge ที่สมจริงราวกับหลุดเข้าไปในภาพยนตร์
- Disney California Adventure Park โซนที่เน้นความตื่นเต้นและผาดโผนมากขึ้น มีไฮไลต์อย่าง Avengers Campus สำหรับสาวกมาร์เวล และ Cars Land ที่จำลองเมือง Radiator Springs ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
2. Walt Disney World Resort, Florida (สหรัฐอเมริกา)
หากสงสัยว่าดิสนีย์แลนด์ที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ไหน คำตอบคือที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เปิดให้บริการในปี 1971 โดดเด่นด้วยพื้นที่มหาศาลเทียบเท่าเมืองหนึ่งเมือง มีปราสาทซินเดอเรลล่าที่ยิ่งใหญ่อลังการเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ เป็นอาณาจักรที่รวบรวมสวนสนุก สวนน้ำ และรีสอร์ตไว้ในที่เดียวแบบครบวงจร สำหรับการค้นหาว่า ดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง ที่สามารถเที่ยวได้เป็นสัปดาห์โดยไม่เบื่อ ต้องยกให้ที่นี่ ภายในพื้นที่อันกว้างใหญ่แบ่งออกเป็น 4 สวนสนุกหลัก ได้แก่
- Magic Kingdom: ดินแดนแห่งความฝันที่มีปราสาทซินเดอเรลล่าเป็นศูนย์กลาง เต็มไปด้วยขบวนพาเหรดและการแสดงพลุสุดตระการตา
- EPCOT: โซนที่ผสมผสานนวัตกรรมแห่งอนาคตและวัฒนธรรมจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน
- Disney’s Hollywood Studios: ดื่มด่ำกับโลกแห่งภาพยนตร์ พร้อมเครื่องเล่นระดับบล็อกบัสเตอร์
- Disney’s Animal Kingdom: ผสมผสานสวนสนุกเข้ากับสวนสัตว์และธรรมชาติ ไฮไลต์เด็ดคือโซน Pandora – The World of Avatar ที่มีเครื่องเล่น Avatar Flight of Passage ที่สมจริงที่สุด
3. Tokyo Disney Resort (ญี่ปุ่น)
เมื่อเจาะจงโซนเอเชียว่าดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง โตเกียวคือแห่งแรกที่เปิดตัวนอกสหรัฐอเมริกาในปี 1983 โดดเด่นเรื่องการบริการระดับโลก ความสะอาด และการออกแบบที่ผสมผสานความน่ารักสไตล์ญี่ปุ่นเข้ากับมนต์ขลังของดิสนีย์ได้อย่างลงตัว มีปราสาทซินเดอเรลล่าเป็นสัญลักษณ์เช่นเดียวกับฟลอริดา โตเกียวดิสนีย์รีแบ่งเป็น 2 สวนสนุก ได้แก่
- Tokyo Disneyland: เน้นความคลาสสิกและตัวการ์ตูนยอดฮิต มีเครื่องเล่นอย่าง Pooh’s Hunny Hunt และ Enchanted Tale of Beauty and the Beast ที่ใช้เทคโนโลยี Animatronics ระดับสูง
- Tokyo DisneySea: สวนสนุกดิสนีย์ในธีมน้ำแห่งเดียวในโลก! ออกแบบมาให้มีความโรแมนติกและผจญภัยมากขึ้น เหมาะสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ไฮไลต์คือเครื่องเล่น Journey to the Center of the Earth และ Soaring: Fantastic Flight
4. Disneyland Paris (ฝรั่งเศส)
ข้ามมาที่ฝั่งยุโรปกันบ้าง หากถามว่ายุโรปมี ดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง คำตอบคือปารีส ประเทศฝรั่งเศส เปิดให้บริการในปี 1992 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่หรูหรา วิจิตรบรรจง และมีปราสาทเจ้าหญิงนิทราสีชมพูที่ออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศโรแมนติกของปารีส ถือเป็นสวนสนุกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 สวนสนุกหลัก
- Disneyland Park: สวนสนุกที่รวมความคลาสสิกพร้อมกลิ่นอายศิลปะยุโรป เครื่องเล่นยอดฮิตคือ Big Thunder Mountain Railroad ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ และ Phantom Manor ที่มีเนื้อเรื่องแตกต่างจากบ้านผีสิงที่อื่น
- Walt Disney Studios Park: เน้นเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์และแอนิเมชัน มีโซนเครื่องเล่นอย่าง Ratatouille: The Adventure ที่สร้างสรรค์มาเพื่อปารีสโดยเฉพาะ
5. Hong Kong Disneyland (ฮ่องกง)
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เป็นอีกหนึ่งสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่เดินทางง่ายและใช้เวลาไม่นาน เปิดให้บริการในปี 2005 แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่เป็นที่เที่ยวฮ่องกงที่โดดเด่นด้วยความอบอุ่นและโซนใหม่ ๆ ที่จัดเต็มอย่าง World of Frozen มีปราสาท Castle of Magical Dreams ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์
- World of Frozen: โซนใหม่ล่าสุดที่พุ่งทะยานเป็นไฮไลต์อันดับหนึ่ง จำลองอาณาจักรเอเรนเดลล์ออกมาได้อย่างสมจริง มีเครื่องเล่นอย่าง Frozen Ever After และ Wandering Oaken’s Sliding Sleighs
- Mystic Point: โซนที่มีเฉพาะในฮ่องกง พร้อมเครื่องเล่น Mystic Manor ที่ใช้เทคโนโลยีการเคลื่อนที่แบบไร้รางสุดล้ำ
- Tomorrowland: สนุกไปกับ Iron Man Experience และ Ant-Man and The Wasp: Nano Battle!
- ใครที่อยากเริ่มต้นเที่ยวสวนสนุก การหาข้อมูลว่า ดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง มักจะจบลงด้วยการจองตั๋วมาที่ฮ่องกงเป็นที่แรก
6. Shanghai Disney Resort (จีน)
Shanghai Disney Resort ประเทศจีน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวจีน เป็นดิสนีย์แลนด์ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์รีสอร์ตเปิดตัวในปี 2016 โดดเด่นด้วยพื้นที่กว้างขวาง และมีปราสาท Enchanted Storybook Castle ที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลก เป็นการผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับความยิ่งใหญ่ได้อย่างลงตัว
- Tomorrowland: ไฮไลต์ที่ดึงดูดคนทั่วโลกคือ TRON Lightcycle Power Run รถไฟเหาะมอเตอร์ไซค์สุดล้ำที่มอบความเร็วและแสงสีสุดระทึก
- Treasure Cove: โซนโจรสลัดที่มาพร้อมเครื่องเล่น Pirates of the Caribbean: Battle for the Sunken Treasure ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดในโลก ด้วยจอภาพขนาดยักษ์และหุ่นแอนิเมทรอนิกส์สุดเนียน
- Zootopia: โซนใหม่ล่าสุดแห่งแรกของโลกที่เพิ่งเปิดตัว ให้เราได้สวมบทบาทเป็นตำรวจเข้าไปไขคดีพร้อมกับจูดี้และนิค
เที่ยวดิสนีย์อย่างไรให้คุ้มค่าและไม่เสียเวลาต่อคิว?

เมื่อเรารู้แล้วว่า ดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง หรือ Disneyland มีที่ไหนบ้าง สิ่งสำคัญต่อไปคือการวางแผนเที่ยวให้คุ้มค่าที่สุด เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของสวนสนุกนั้นๆ เพื่อเช็กเวลารอคิวและดูรอบการแสดงแบบเรียลไทม์ การศึกษาแผนที่ล่วงหน้าจะช่วยให้เราจัดลำดับโซนที่จะไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ การเลือกซื้อพาสด่วน (เช่น Disney Premier Access หรือ Lightning Lane) สำหรับเครื่องเล่นยอดฮิต จะช่วยประหยัดเวลาการยืนต่อคิวไปได้มหาศาล ทำให้เรามีเวลาซึมซับบรรยากาศได้เต็มที่
ไอเทมลับของสายสวนสนุก เช็กคิวเครื่องเล่นไว อัปสตอรี่ฟินตลอดวันด้วย SAMURAI WiFi
การเที่ยวดิสนีย์ยุคนี้ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นการเช็กเวลารอคิว กดรับบัตรคิวเข้าโซน หรือจองสิทธิ์พาสด่วน หากอินเทอร์เน็ตสะดุดอาจทำให้พลาดโอกาสสำคัญได้ การพก Pocket WiFi จาก SAMURAI WiFi ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ช่วยให้เน็ตแรง เสถียร แบตเตอรี่อยู่ได้ยาวนาน และยังแชร์ใช้งานได้พร้อมกันทั้งแก๊ง ทำให้เราสามารถอัปเดตสตอรี่ ถ่ายทอดความสนุกได้ตลอดวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสัญญาณหายหรือเน็ตหมด
สรุปบทความ
การตั้งคำถามว่าดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง หรือ Disneyland มีที่ไหนบ้าง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดประตูสู่โลกแห่งจินตนาการ ปัจจุบันเรามีตัวเลือกถึง 6 พิกัดทั่วโลก การรู้ว่าดิสนีย์แลนด์อยู่ประเทศอะไรจะช่วยให้พวกเราสามารถวางแผนการเดินทาง เลือกซื้อพาสด่วน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และเตรียมซื้อเน็ตไปต่างประเทศ โดยเฉพาะการเช่า pocket wifi จีน จาก Bangkok SAMURAI WiFi ที่ใช้งานง่าย สัญญาณเสถียร โดยไม่ต้องมุด VPN เพื่อไปสร้างความทรงจำที่แสนพิเศษในดินแดนแห่งเวทมนตร์
คำถามที่พบบ่อย
มือใหม่หัดเที่ยว ควรเริ่มต้นจากดิสนีย์แลนด์ที่ไหนดี?
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มค้นหาว่า ดิสนีย์แลนด์มีที่ไหนบ้าง และอยากเริ่มต้นเที่ยวแบบง่ายๆ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะใช้เวลาเดินทางจากไทยไม่นาน มีขนาดพื้นที่กำลังดี ทำให้เดินเที่ยวเก็บเครื่องเล่นไฮไลต์ได้ครบภายในวันเดียวโดยไม่เหนื่อยจนเกินไป
แอปพลิเคชันของดิสนีย์แลนด์ จำเป็นต้องดาวน์โหลดไว้ไหม?
จำเป็นอย่างยิ่ง แอปพลิเคชันคือหัวใจสำคัญในการเที่ยวสวนสนุกยุคนี้ เพราะใช้สำหรับเช็กเวลารอคิวเครื่องเล่น ดูตารางรอบขบวนพาเหรด จองร้านอาหาร รวมถึงใช้ซื้อและสแกนพาสด่วน (Premier Access) ช่วยให้เราบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ควรจองตั๋วดิสนีย์แลนด์ล่วงหน้ากี่วัน?
ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน โดยเฉพาะหากวางแผนจะไปในช่วงเทศกาล วันหยุดยาว หรือช่วงที่มีการเปิดโซนใหม่ เพราะตั๋วเข้าสวนสนุกในหลายๆ สาขามีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน หากไปซื้อหน้าประตูอาจมีความเสี่ยงที่ตั๋วจะหมดและพลาดโอกาสเข้าสวนสนุกได้


